Sunday, June 2, 2013

วิทยาศาสตร์การกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬากอล์ฟ

วิทยาศาสตร์การกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬากอล์ฟ
http://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/pa1.jpg
     กอล์ฟ กีฬาอาชีพรายได้และรายจ่ายสูงมากชนิดหนึ่ง ทีมกอล์ฟไทยประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ ในการแข่งขันอาชีพทั่วโลก นักกีฬาคงไม่ประสบความสำเร็จดังปัจจุบันหากขาดเสียซึ่งการนำหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้กับนักกีฬากอล์ฟไทย ท่านในฐานะของผู้ที่มีผลต่อความสำเร็จและพัฒนาการของนักกอล์ฟสูงมาก มีความเข้าใจและได้นำหลักการนี้ไปใช้กันมากน้อยแค่ไหนหรือยัง

     ผู้ฝึกสอนกีฬา หรือ โปรกอล์ฟ คือผู้ที่กำหนดแผนการฝึกซ้อมที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของนักกีฬากอล์ฟ ความเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ถูกต้องและเหมาะสมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับกีฬากอล์ฟที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก จะเห็นได้ว่าทีมชาติไทยได้นำหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาไปพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมทางร่างกาย การฝึกทางด้านจิตวิทยาในการฝึกซ้อมและแข่งขัน การใช้หลักการทางด้านอาหาร ด้านชีวกลศาสตร์การกีฬา และทางการแพทย์ (เวชศาสตร์การกีฬา)  ท่านรู้ เข้าใจและนำไปใช้หรือยัง

     สำหรับหลักการย่อยทางวิทยาศาสตร์การกีฬานี้มีหลายด้านโดยแต่ละด้านมีความแตกต่างกันไปที่จะครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจนักกีฬากอล์ฟ ได้แก่ ด้านสรีรวิทยาการกีฬา โภชนาการศาสตร์การกีฬา จิตวิทยาการกีฬา ชีวกลศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์การกีฬา ในแต่ละด้านของหลักการย่อยที่อยากให้ท่านได้ทราบเพื่อให้การเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬากอล์ฟเพื่อการแข่งขันสามารถบรรลุเป้าหมายของการเล่น  เริ่มตั้งแต่ สรีรวิทยาการกีฬา เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายในการใช้พลังงาน ต่อการทำงานของร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การฝึกร่างกาย การฝึกในที่สูง ในอากาศร้อน เย็น การฝึกร่างกายเพื่อความพร้อมในการนำไปใช้ในการเล่นกีฬาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นต้น ขณะที่หลักการด้านโภชนาการศาสตร์การกีฬา เป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอาหารกับกีฬา ไม่ว่าจะเป็นอาหารก่อน ระหว่าง และหลังการเล่นกีฬา อาหารเสริม อาหารไทยกับอาหารต่างชาติ ปริมาณและความถี่ของการกินอาหาร รวมทั้งเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬากอล์ฟ เป็นต้น สำหรับหลักการย่อยที่ 3 คือเรื่องของจิตวิทยาการกีฬา ซึ่งเป็นเรื่องของจิตใจต่อการเล่น การฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬา จิตใจก่อน ระหว่างและภายหลังการเล่นกีฬา ฝึกกอล์ฟให้สนุกทำอย่างไร เจตคติในการเล่นกีฬา ความมุ่งมั่น ทุ่มเทในการเล่นกีฬา สมาธิ ระเบียบวินัยในการเป็นนักกีฬา ความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัว ความตื่นเต้นกับการเล่นกีฬา การจัดการกับความเครียด ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้องค์ประกอบของความสำเร็จในการเป็นนักกอล์ฟมีมากขึ้น เป็นต้น ด้านชีวกลศาสตร์การกีฬา เป็นส่วนย่อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำงานของร่างกาย น้ำหนักของร่างกาย แรง และความเร็วในการเพิ่มศักยภาพการเล่นกอล์ฟ การถ่ายโอนน้ำหนักของร่างกาย และทิศทางของแรง ที่อาศัยองค์ความรู้ทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์เป็นหลัก และประเด็กย่อยสุดท้ายคือ ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งเป็นสาขาย่อยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ การเจ็บป่วยที่มีผลจากการเล่นกอล์ฟมีมากมายและตลอดเวลา โดยจะกล่าวถึงประเด็น ของสาเหตุของการบาดเจ็บ บริเวณที่บาดเจ็บ อาการ การป้องกัน ยาที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะในการอบอุ่นร่างกายและการเหยียดยืดกล้ามเนื้อและเอ็นข้อต่อ ในการเล่นกอล์ฟ

     การที่จะบรรลุเป้าหมายของความสำเร็จในการเล่นและฝึกซ้อมได้ดี หากท่านในฐานะเป็นผู้ฝึกสอนกอล์ฟ จะทำความเข้าใจกับวิทยาศาสตร์การกีฬา ว่าเป็นเรื่องของอะไร วิทยาศาสตร์การกีฬามีส่วนช่วยพัฒนานักกีฬาของเราอย่างไร ส่วนรายละเอียดในแต่ละด้านของสาขาย่อยของวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มีพัฒนาการอย่างไม่หยุดนิ่ง สามารถหาราย ละเอียดได้ต่อไป ที่จะค่อยๆ ทยอยให้ความรู้ต่อๆไป นอกจากเวปไซต์ของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬานี้แล้ว ท่านยังสามารถหาข้อมูลในรายละเอียดนี้ได้อีกหลายแนวทาง รวมทั้งการติดต่อสถาบัน การศึกษาที่ให้บริการทางวิชาการด้านนี้ด้วย

Thursday, January 17, 2013

เทคนิคลดสกอร์

เทคนิคลดสกอร์


เทคนิคลดสกอร์


เทคนิคลดสกอร์
แผนการฝึกซ้อมกอล์ฟที่ดี จะช่วยลดสกอร์ของคุณ

ผมได้เคยกล่าวไว้แล้วว่า กอล์ฟ เป็นเกมของการควบคุมจิตใจ การเคลื่อนไหวร่างกาย และความชำนาญในเกม
วันนี้ผมจะขอแนะนำเทคนิคในการลดสกอร์เพื่อให้ท่านนักกอล์ฟลองนำไปปฏิบัติในเวลาซ้อมกอล์ฟ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ดังนี้ครับ

1.กำหนด ตารางการซ้อมกอล์ฟที่มีคุณภาพ โดยเน้นที่การควบคุมจิตใจ การเคลื่อนไหวร่างกายและความชำนาญ มากกว่าการทุ่มเทการซ้อมด้วยการตีลูกเป็น 100 ลูกต่อวัน หรือเป็น1000 ลูกต่อสัปดาห์ เมื่อท่านมีพื้นฐานวงสวิงกอล์ฟที่ถูกต้องแล้ว ทุกครั้งที่ฝึกซ้อมท่านควรจะเน้นในสิ่งต่อไปนี้ คือ
-ให้ ความสำคัญกับสิ่งที่จะต้องทำให้เป็นนิสัยก่อนตีลูก (Pre Shot Routine ~ เช่น เลือกไม้หรือเหล็ก เล็งเป้าหมาย จัดท่าทาง จับกริพ จรดลูก...)
-เน้นการเล็งเป้าหมายก่อนตีลูก
-ฝึกการผ่อนคลาย
-ยืนให้ได้สมดุลย์และก้มเล็งเป้าหมายทำมุมที่ดีของแกนสันหลัง
-ปรับภาพเป้าหมายที่จะตีและใช้ความคิดก่อนตัดสินใจสวิง
-ตีให้ได้สม่ำเสมอทั้งระยะและทิศทาง (เล่นให้ได้แน่นอนไว้ก่อน แทนที่จะเอาแต่ระยะให้ได้อย่างเดียว)
-ปรับจังหวะวงสวิงให้เป็นธรรมชาติ
-ศึกษาระยะการตีให้ดี

2.อย่าลืมเพิ่มความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายด้วยการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกาย (Golf Fitness and Physiology)

โดยมีโปรแกรมการฝึกในห้องฟิตเนสเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง ฝึกการยืดหยุ่นร่างกาย และว่ายน้ำ เพื่อสภาพความฟิตที่สมบูรณ์

3.อย่าใช้เวลาสิ้นเปลืองในสนามไดร์ฟโดยไม่มีประโยชน์ ควรเน้นที่คุณภาพทุกช้อต
คุณ เคยสังเกตบ้างไหมว่า ในสนามไดร์ฟมักมีนักกอล์ฟที่เอาแต่ตีลูกเป็นสิบๆถาดโดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อการเล็งเป้าหมายที่ถูกต้องและฝึกซ้อมให้ได้ทิศทางที่ได้เล็งไว้ และไม่มีการทำ Pre shot routine ทั้งๆที่ลูกกอล์ฟในสนามไดร์ฟก็เป็นลูกซ้อมที่ไม่ค่อยได้มาตรฐาน

4.ให้ โปรที่สอนกอล์ฟ แนะนำตารางการฝึกซ้อมที่ดีรวมถึงตารางการเรียนกอล์ฟที่สอนตามปกติในสนาม ไดร์ฟและในสนามจริง สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมซ้อมการเล่นลูกสั้นและการพัตต์ (putting and short game)

5.ฝึกฝนและจับสถิติการตีลูกในทุกระยะของการออกรอบสนามจริง
ถ้า หากเป็นไปได้ในเวลาออกรอบ ให้พยายามวัดระยะด้วยการก้าวเท้าเพื่อเช็คระยะการตี เพื่อดูว่าเราตีได้ระยะที่ดีที่สุดเท่าไหร่ เพื่อหาจุดอ่อน จดบันทึกระยะ แล้วกลับมาปรับปรุงการฝึกซ้อมในสนามไดร์ฟ

***** ขอให้ท่านสนุกกับการเล่นกอล์ฟครับ *****

แนะนำการดูกอล์ฟ

แนะนำการดูกอล์ฟ



    กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาสากลที่ทั่วโลกนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายรวมถึงประเทศไทยซึ่งในปัจจุบันได้มีสนามกอล์ฟที่สวยงามและมีมาตรฐานเกิดขึ้นหลายแห่ง อีกทั้งยังได้มีผู้ที่ได้ให้ความสนใจ และหันมาเล่นกอล์ฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับในประเทศอื่นๆ กอล์ฟเป็นกีฬาที่เล่นในยามว่างเป็นกีฬาที่ยืนด้วนข้างแล้วใช้ไม้กอล์ฟตีลูกจากเขตตั้งทีต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งลูกลงหลุม และจะต้องใช้เวลาเผื่อไว้ในการเล่นซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 3-4 ชั่วโมงต่อการเล่นรอบตำนวน 18 หลุม หรืออาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น หากต้องการโดยลดจำนวนหลุมที่เล่นลงไปเหลือ 9 หลุม

    สนาม
    Pro Mann,Royal Hua-Hin Golf Club
    Pro Mann,Royal Hua-Hin Golf Club
    สนามกอล์ฟประกอบด้วยจำนวนหลุม 18 หลุม การเล่นหนึ่งหลุมนับตั้งแต่ตีลูกจากเขตตั้งทีของหลุมนั้นต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกลงหลุมเรียกได้ว่าเล่นจบไปแล้วหนึ่งหลุม ในแต่ละหลุมจะมีความยากง่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบมาให้เล่น นอกจากนั้นยังมีส่วนประกอบอื่นๆ มากมาย เช่นระยะความยาวและความสั้นของแต่ลหลุม อุปสรรคน้ำ บ่อบังเกอร์ทราย เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้การเล่นท้าทายขึ้น สำหรับสนามมาตรฐานจะมีจำนวนหลุม 18 หลุมหรือมากกว่านั้น อาจจะมีจำนวนถึง 36 หลุม (เท่ากับ 4 รอบๆ ละ 9 หลุม) โดยใช้จำนวน 9 หลุมของแต่ละรอบมารวมกันให้ครบในการแข่งขันต่อรอบที่กำหนดเท่ากับ 18 หลุม

    หลุมแต่ละหลุมมีกำหนดมาตรฐาน (Par-พาร์) ของจำนวนครั้งที่ตี ถ้าผู้เล่นตีได้จะเท่ากับจำนวนแต้มที่ตีได้ตามมาตรฐาน (par-พาร์) ของหลุมนั้นวิธีการนับแต้มที่ตีได้ทั้งหมด

    -หลุมที่ระบุว่าเป็นหลุมพาร์ 3 (Par 3) โดยทั่วไปมีความยาวไม่เกิน 250 หลา ถ้าผู้เล่นตีตั้งแต่เขตตั้งทีจนกระทั่งลูกลงหลุมในจำนวนตี 3 ครั้งก็เท่ากับว่ามีความสามารถที่ตีได้เท่ากับแต้มมาตรฐานของหลุมนี้ เรียกว่าทำพาร์ได้

    -หลุมที่ระบุว่าเป็นหลุมพาร์ 4 (par 4) มีความยาวตั้งแต่ 251 หลาถึง 499 หลา ถ้าผู้เล่นตีตั้งแต่เขตตั้งทีจนกระทั่งลูกลงหลุมในจำนวนตี 4 ครั้งก็เท่ากับว่ามีความสามารถที่ตีได้เท่ากับแต้มมาตรฐานของหลุมนี้ เรียกว่าทำพาร์ได้

    -หลุม ที่ระบุว่าเป็นหลุมพาร์ 5 (par 5) มีความยาว 500 หลาขึ้นไป ถ้าผู้เล่นตีตั้งแต่เขตตั้งทีจนกระทั่งลูกลงหลุมในจำนวนตี 5 ครั้งเท่ากับว่ามีความสามารถที่ตีได้เท่ากับแต้มมาตรฐานของหลุมนี้ เรียกว่าทำพาร์ได้

    แต้มรวมของ 18 หลุมที่ต่ำที่สุดถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถที่ดีกว่า ยกเว้นการแข่งขันบางประเภท

    ชื่อที่ใช้เรียกตามจำนวนแต้มที่ตีได้ของแต่ละหลุม ตัวเลขคือจำนวนแต้มรวมของจำนวนครั้งที่ตี โดยเริ่มที่ พาร์ของหลุม (แต้มมาตรฐาน) มีดังนี้
    ดับเบิ้ลอีเกิ้ล
    หรืออัลบาทรอส     อีเกิ้ล     เบอร์ดี้     พาร์ของหลุม
    (แต้มมาตรฐ

ประวัติกอล์ฟ อุปกรณ์ การดู กติกา

ประวัติกีฬากอล์ฟ


กอล์ฟเป็นกีฬาที่เล่นในยามว่าง และแข่งขันกันทั้งระดับสมัครเล่นและระดับอาชีพ เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในความนิยมระดับโลก ผู้เล่นจะมีไม้หลายอันเป็นชุด แต่จะต้องไม่เกิน 14 อัน ใช้ตีลูกเล็กๆ จบกันเป็นหลุมต่อเนื่องกันไป อาจจะ 9 หรือ 18 หลุมตามแต่กำหนด โดยนับการตีจำนวนครั้งน้อยที่สุดจะดีที่สุด สนามต่างๆ ที่ใช้เล่นได้รับการออกแบบมาให้มีระยะทาง อุปสรรคต่างๆ ในแต่ละหลุมเช่นอุปสรรคน้ำ บังเกอร์ทราย ต้นไม้ ความลาดเทของสนามและกรีน เป็นต้น เพื่อให้มีความยากง่ายและความท้าทายในการเล่น

            มีหลายประเทศอ้างว่าเป็นประเทศต้นกำเนิดกีฬากอล์ฟ เช่นประเทศเยอรมันนี ในศตวรรษที่ 14 เจ้าของฝูงแกะซึ่งจ่ายภาษีให้กับขุนนางเจ้าของที่ดิน ได้รับสิทธิ์ใช้ผืนที่ดินเลี้ยงแกะโดยขุนนางให้ใช้ไม้ที่ปลายตาขอสำหรับเกี่ยวคอแกะ ตีก้อนหินลูกกลมๆ ตามจำนวนครั้งเป็นเท่ากับจำนวนแกะที่เลี้ยงไว้ ขนาดผืนดินใช้เลี้ยงแกะเท่ากับความกว้างยาวที่เจ้าของฝูงแกะตีได้ อีกทฤษฎีหนึ่งของจุดเริ่มต้นกีฬากอล์ฟ มาจากชาวประมงชาวสกอตที่กลับจากการหาปลา เวลาเดินผ่านทุ่งหญ้าก็เอากิ่งไม้เดินหวดลูกหินไปตามทาง และเมื่อหวดไปครั้งหนึ่งก็ลองหวดต่อไปเรื่อยๆ ดูว่าจะตีไปได้ไกลกว่าลูกแรกหรือไม่ เมื่อลูกหินหล่นลงไปในบ่อหรือแอ่งดินที่แกะใช้เป็นที่หลบภัยธรรมชาติ ชาวประมงก็ต้องใช้ความสามารถที่จะตีให้ลูกหินออกมาได้จนกว่าจะเดินถึงบ้าน บ่อนั้นก็ได้พัฒนามาเป็นบังเกอร์ทราย เมื่อลูกกอล์ฟตกลงไปในโพรงที่กระต่ายขุดไว้ก็เท่ากับเป็นการค้นคิดวิธีการเล่นกอล์ฟขึ้นมาในตัวเองว่าเกมส์จะจบลงเมื่อลูกลงหลุม
            เป็นที่ยอมรับกันว่ากีฬากอล์ฟหรือกีฬาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่ยังไม่มีหลักฐานอ้างอิงได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ริเริ่มขึ้นเมื่อใด ได้มีการค้นคว้าหาจุดเริ่มต้นย้อนอดีตไปจนถึงยุคจักกรวรรดิ์โรมันซึ่งมีการเล่นเกมส์ที่เรียกว่า พากานิก้า (Paganica) บ้างก็อ้างว่ากีฬากอล์ฟพัฒนามาจากการเล่น ชูเดอมาล (Jeu de mail) ของชาวฝรั่งเศส หรือ โคลเวน (Kolven) ของชาวฮอลแลนด์ นอกจากนั้นก็ยังมีเกมส์อื่นๆ ซึ่งเล่นกันในหมู่ขุนนางอังกฤษ และจักรพรรดิ์โรมันเล่นในยามว่าง เป็นเกมส์ที่ยืนด้านข้าง ใช้ไม้ตีลูกที่มีเปลือกทำจากหนังวัวบางๆ เย็บติดกันและยัดไส่ด้วยขนห่าน และลูกที่ใช้ตีในบางเกมเป็นแกนไม้เนื้อแข็ง นำมาขัดเป็นก้อนกลมๆ และบางเกมในทวีปยุโรปสมัยก่อน เล่นกันเป็นทีมโดยฝ่ายหนึ่งตีลูกสามครั้งให้โดนเป้าตามระยะที่กำหนด ส่วนฝ่ายตรงข้ามต้องพยายามตีลูกหนึ่งครั้งกลับไปอยู่ในที่ที่เป็นอุปสรรค

             ระยะเวลาหกร้อยปีที่ผ่านมา เกมส์ต่างๆ ในทวีปยุโรปได้พัฒนาจนเข้าสู่ยุคของสกอตแลนด์ซึ่งได้อ้างอย่างหนักแน่นตามหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนว่าเป็นประเทศต้นกำเนิดกีฬากอล์ฟ ในกลางศตวรรษที่ 15 ในช่วงที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ กีฬากอล์ฟได้เล่นกันในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่สองแห่งราชวงศ์สกอตจากการทำศึกต่อสู้กับอั งกฤษในสมัยนั้น ทางสกอตแลนด์มีบันทึกที่กล่าวไว้ว่า ทางรัฐสภาสกอตได้มีการให้ยกเลิกการเล่นกอล์ฟไปหลายปี เนื่องจากพลธนูและนายทหารไม่ไปซ้อมยิงธนู แต่ได้หันไปติดเล่นกอล์ฟ และ 40 ต่อมาได้มีการสงบศึกกับอังกฤษ พระเจ้าเจมส์ที่สี่ก็รีบยกเลิกกฎหมายห้ามการเล่นกอล์ฟตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในศตวรรษที่ 16 กีฬากอล์ฟถือได้ว่าเป็นกีฬาที่เล่นอย่างแพร่หลายในฝั่งตะวันตกของประเทศสกอตแลนด์            

              กลางศตวรรษที่ 18 กลุ่มนักกอล์ฟชายในสกอตแลนด์ได้ก่อตั้งสมาคมกอล์ฟขึ้น โดยกำหนดกฎข้อบังคับที่ใช้ในการเล่นกอล์ฟ ต่อมาก็ได้ก่อตั้งสโมสรเดอะรอแยลแอนด์เอนเชียนกอล์ฟคลับออฟเซนต์แอนดรูวส์ (The Royal and Ancient Golf of Saint Anderws ใช้ชื่อย่อว่า R&A) ซึ่งเป็นสมาคมกอล์ฟที่เก่าแก่ที่สุด เพื่อกำหนดและแก้ไขกฎข้อบังคับและมารยาทสำหรับกีฬากอล์ฟอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 20 สมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Golf Association ใช้ชื่อย่อว่า USGA) ได้เข้ามาร่วมวินิจฉัยแก้ไขเพิ่มเติมกฎข้อบังคับและมารยาทสำหรับกีฬากอล์ฟให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น กีฬากอล์ฟได้เริ่มเล่นในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 และนิยมเล่นกันแพร่หลายไปทั่วโลกตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20

              อย่างไรก็ตามผู้ที่บุกเบิกกีฬากอล์ฟแพร่หลายคือชาวสกอตและพัฒนาการเล่นจากทุ่งหญ้าชายฝั่งทะเลไปที่ต่างๆ ทั่วโลกที่ชาวสกอตไปตั้งรกรากถิ่นฐานทำมาหากิน ด้วยความหลงไหลในกีฬากอล์ฟทำให้ชาวสกอตนำไปเผยแพร่และสอนให้ชาติอื่นๆ ได้เรียนรู้วิธีการเล่น รวมทั้งการวางกฎข้อบังคับที่ใช้ในการเล่นมาจนถึงทุกวันนี้



เเนะนำอุปกรณ์กอล์ฟ
    การนำอุปกรณ์ใดๆ เช่น ไม้กอล์ฟ และลูกกอล์ฟเข้าไปเล่น จะต้องเป็นตามกฎข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนในหนังสือกฎข้อบังคับและมารยาท จำนวนไม้กอล์ฟที่นำมาใช้เล่นโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กเบอร์ใด จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 14 อัน ไม้หรือเหล็กแต่ละเบอร์ใช้ตีตามระยะที่ต้องการแตกต่างกันไป
    ไม้กอล์ฟที่ใช้เล่นส่วนใหญ่มีหัวไม้ (ปัจจุบันได้ผลิตออกมาหัวโลหะ) เบอร์ 1, 3, 4, 5 และ 7 เป็นต้น

    โปรแม่น:ทิชชิ่งโปร(Thailand PGA)
    โปรแม่น:ทิชชิ่งโปร(Thailand PGA)
    ส่วนไม้ที่มีหัวเป็นเหล็กอาจใช้ตั้งแต่ เบอร์ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 มีมุมองศาของหน้าเหล็ก และตีได้ตามระยะทางต่างกัน รวมไปถึงไม้เว็ดจ์ (wedge) เช่น พิชชิ่งเว็ดจ์และแซนด์เว็ดจ์ซึ่งใช้เล่นในสถานการณ์และทำเลที่ลูกอยู่แตกต่างกัน คือการเล่นลูกเข้าสู่กรีนระยะใกล้ หรือเล่นลูกบริเวณที่มีหญ้ายาวและในบ่อทราย เป็นต้น

    การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จะมีกำหนดให้ไว้ตามระยะ หรือตามความใกล้ไกลของการตีลูก เช่น

    หัวไม้ 1 ตีได้ไกลที่สุด
    หัวไม้ 3 และ 5 ตีได้ลดหลั่นลงมา
    เหล็ก 3 ตีได้ระยะ 170 หลา
    เหล็ก 4 ตีได้ระยะ 160 หลา
    เหล็ก 5 ตีได้ระยะ 150 หลา
    เหล็ก 6 ตีได้ระยะ 140 หลา
    เหล็ก 7 ตีได้ระยะ 130 หลา
    เหล็ก 8 ตีได้ระยะ 120 หลา
    เหล็ก 9 ตีได้ระยะ 110 หลา
    เหล็ก 8 พิชชิ่งเว็ดจ์ ตีได้ระยะ 100 หลา
    เหล็ก S แซนด์เว็ดจ์ ใช้ตีจากบ่อทราย ระยะไม่เกิน 80 หลา

    หมายเหตุ แท่นทีออฟ จะมีหลายระยะ เช่น แท่นของโปร-ของชายทั่วไป-ของสุภาพสตรี-เยาวชน


Source : siamsport

Golf Tips ~ เทคนิคในการลดสกอร์แบบง่ายๆแต่ได้ผล

อัปเดตล่าสุด1
สวัสดีท่านนักกอล์ฟทุกท่านครับ องค์ประกอบที่จะทำให้สกอร์ของท่านลดลงนั้น มีหลายปัจจัยเหลือเกินครับ สิ่งสำคัญคือว่าท่านนักกอล์ฟควรมีเวลาฝึกซ้อมและควรรู้ว่าตนเองกำลังซ้อมและ แก้ไขปัญหาใดอยู่ อย่าลืมนะครับว่ากอล์ฟไม่ได้เป็นกีฬาที่ผิดพลาดไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าใครผิดพลาดน้อยกว่ากันเท่านั้น 

องค์ประกอบของการลดสกอร์ มีดังนี้ครับ
1.วงสวิงที่ดี ~ สวิงที่ผิดพลาดน้อย ออกแรงน้อยและใช้ในภาวะกดดันได้
2.ร่างกาย ~ ความแข็งแรง ความอ่อนตัว ความยืดหยุ่น ความทนทาน และการทรงตัว
3.จิตใจ ~ สมาธิ ความกล้าตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์
4.เทคนิค ~ การปรุงแต่งช็อต ความหลากหลายในเกมส์
5.ลูกสั้น ~ ชิพ พิทช์ บังเกอร์ช็อต
6.พัตต์ ~ วิธีอ่านลายน์หญ้า อ่านกรีน สโตรคพัตต์
7.ประสบการณ์= การวางแผนการเล่น วิธีการเล่น
ในที่นี้ผมขอแนะนำทิปส์การลดสกอร์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ไม่ยากให้กับ ท่านนักกอล์ฟ ทั้งหมด 3 ทิปส์ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญเพื่อสกอร์ที่ดีของท่านดังนี้ครับ

การยืนเซ็ตอัพสำหรับการสวิงหัวไม้ 1
บางทีการยืนเซ็ตอัพอาจเป็นปัจจัยที่สำคัญลำดับต้นๆเลยก็เป็นได้ เพราะสวิงที่ผิดพลาดมักเกิดจากเซ็ตอัพที่ผิด ส่งผลให้ท่านสวิงลูกออกไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร หรืออาจไดร์ฟลูกไม่อยู่ในแฟร์เวย์ วิธีการตรวจเช็คท่าเซ็ตอัพหัวไม้1 มีดังนี้
1.มั่นใจว่าศีรษะของท่านอยู่หลังลูก โดยพยายามยืนให้ไหล่ขวาต่ำกว่าไหล่ซ้าย
2.ยืนกว้างกว่าความกว้างของช่วงไหล่เล็กน้อย เพื่อให้สวิงในมุมราบ
3.วางตำแหน่งลูกให้อยู่ส้นเท้าด้านใน เพราะเป็นมุมปะทะที่ดีที่สุดสำหรับสวิงหัวไม้

ลำดับของสวิงที่ดี
 ในที่นี้ขอให้ท่านตระหนักเสมอว่าทุกครั้งที่ ท่านออกรอบขอให้ท่านพยายามที่จะ "สวิง" มากกว่า "ตี" ครับ นักกอล์ฟหลายท่านอยากตีได้ไกลขึ้นจึงพยายามเร่งจังหวะสวิงของตนด้วยการตีให้ แรงขึ้น โดยการออกแรงที่มือหรือใช้แขนมากเกินไปซึ่งมิได้ช่วยให้ระยะของท่านเพิ่ม ขึ้นแต่อย่างใด อันที่จริงแล้วลำดับของสวิงที่ดีต่างหากที่จะช่วยให้ท่านส่งลูกออกไปได้ไกล ขึ้น ดังนี้ครับ
1.เริ่มต้นแบ็คสวิงโดยใช้ซีกซ้ายเป็นตัวเริ่ม โดยแขนซ้ายจะพาให้ไหล่หมุน พยายามให้แขนซ้ายตึง แต่ไม่เกร็ง มีจุดเช็คว่าขึ้นสุดแบ็คสวิงถูกต้องแล้วคือ ไหล่ซ้ายจะอยู่ใต้คาง แขนซ้ายตึง ศีรษะอยู่ใกล้เคียงจุดเดิม
2.หลังจากนั้น เริ่มต้นดาว์นสวิงด้วยการนั่งครับ หมายความว่าให้ถ่ายน้ำหนักจากขาขวาไปยังขาซ้ายก่อน ความรู้สึกเหมือนเหยียบเท้าซ้ายให้พื้นยุบเลยครับ พร้อมกับดึงศอกขวาลงมาแนบลำตัว หลังจากนั้นก็หมุนตัว และสะโพกก็จะเปิดเอง ยืนจบสวิงโดยสามารถยืนตรงหันหน้าอกชี้เป้าหมายได้ ไม่ต้องให้หน้านิ่งนะครับ

การเล่นลูกจากทราย
นักกอล์ฟส่วนมากจะเสียแต้มเมื่อตีลูกตกทราย ทั้งที่จริงแล้วการเล่นลูกจากทรายนั้นไม่ยากอย่างที่คิดครับ ขอเพียงท่านเข้าใจหลักการและวิธีการเล่น ผมมีเทคนิดที่เข้าใจง่ายให้กับท่าน ดังนี้ครับ
1.การเล่นจากทรายใกล้ หรือทรายรอบๆกรีน
เมื่อเป็นทรายใกล้จึงต้องเล่นให้ลูกโด่งและลูกวิ่งน้อย ดังนั้นตำแหน่งลูกจะไว้ที่ส้นเท้าซ้ายและจรดหลังลูกสักสองนิ้ว สวิงลักษณะที่หน้าไม้เสยขึ้นและให้ทรายอุ้มลูกขึ้นมา อย่าลืมเปิดหน้าเหล็กนะครับ
2.การเล่นจากทรายไกล หรือแฟร์เวย์บังเกอร์
วิธีเล่นจะตรงกันข้ามกับการเล่นในทรายใกล้ทุกประการครับ เล่นโดยให้ตำแหน่งลูกอยู่ตรงกลาง พยายามสวิงให้โดนลูกก่อนโดนทรายครับ จะตีค่อนข้างบาง สวิงจะราบ กว้างกว่าทรายใกล้เล็กน้อยครับ
นี่เป็นกอล์ฟทิปส์ที่ท่านนักกอล์ฟสามารถนำไปลองปฏิบัติดูได้ครับ ถ้าท่านทำได้สกอร์ของท่านจะลดลงอย่างแน่นอนครับ อย่าลืมว่าการฝึกซ้อมกอล์ฟมิได้อยู่ที่ปริมาณครับ แต่อยู่ที่คุณภาพต่างหาก ซ้อมเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง โดยรู้ว่าเรากำลังซ้อมอะไรอยู่เท่านั้นเองครับ
โชคดีทุกท่านครับ

โปรแม่น ~ http://younggolfpro.pantown.com, http://www.facebook.com/realgolf

มารู้จัก กีฬากอล์ฟ กันเถอะ

มารู้จัก กีฬากอล์ฟ กันเถอะ
กอล์ฟเป็นกีฬาที่ ทั่วโลกนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายรวมถึงประเทศไทยซึ่งในปัจจุบันได้มีสนาม กอล์ฟที่สวยงามและมีมาตรฐานเกิดขึ้นหลายแห่ง เป็นกีฬาที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยนับพันล้านบาทในแต่ละปี อีกทั้งบางมหาวิทยาลัยยังได้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีด้านบริหารจัดการกอล์ฟ

http://www.vcharkarn.com/uploads/105/106001.jpg

แนะนำกีฬากอล์ฟ

กอล์ฟเป็นกีฬาสากลที่ทั่วโลกนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายรวมถึงประเทศไทยซึ่งในปัจจุบันได้มีสนามกอล์ฟที่สวยงามและมีมาตรฐานเกิดขึ้นหลายแห่ง อีกทั้งยังได้มีผู้ที่ได้ให้ความสนใจ และหันมาเล่นกอล์ฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับในประเทศอื่นๆ กอล์ฟเป็นกีฬาที่เล่นในยามว่างเป็นกีฬาที่ยืนด้วนข้างแล้วใช้ไม้กอล์ฟตีลูกจากเขตตั้งทีต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งลูกลงหลุม และจะต้องใช้เวลาเผื่อไว้ในการเล่นซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 3-4 ชั่วโมงต่อการเล่นรอบจำนวน 18 หลุม หรืออาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น หากต้องการโดยลดจำนวนหลุมที่เล่นลงไปเหลือ 9 หลุม

สนามกอล์ฟ มีจำนวนหลุม 18 หลุม การเล่นหนึ่งหลุมนับตั้งแต่ตีลูกจากเขตตั้งทีของหลุมนั้นต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกลงหลุมเรียกได้ว่าเล่นจบไปแล้วหนึ่งหลุม ในแต่ละหลุมจะมีความยากง่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบมาให้เล่น นอกจากนั้นยังมีส่วนประกอบอื่นๆ มากมาย เช่นระยะความยาวและความสั้นของแต่ละหลุม อุปสรรคน้ำ บ่อบังเกอร์ทราย เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้การเล่นท้าทายขึ้น สำหรับสนามมาตรฐานจะมีจำนวนหลุม 18 หลุมหรือมากกว่านั้น อาจจะมีจำนวนถึง 36 หลุม (เท่ากับ 4 รอบๆ ละ 9 หลุม) โดยใช้จำนวน 9 หลุมของแต่ละรอบมารวมกันให้ครบในการแข่งขันต่อรอบที่กำหนดเท่ากับ 18 หลุม

อุปกรณ์กอล์ฟ

การนำอุปกรณ์ใดๆ เช่น ไม้กอล์ฟ และลูกกอล์ฟเข้าไปเล่น จะต้องเป็นตามกฎข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนในหนังสือกฎข้อบังคับและมารยาท จำนวนไม้กอล์ฟที่นำมาใช้เล่นโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กเบอร์ใด จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 14 อัน ไม้หรือเหล็กแต่ละเบอร์ใช้ตีตามระยะที่ต้องการแตกต่างกันไป
ไม้กอล์ฟที่ใช้เล่นส่วนใหญ่มีหัวไม้ (ปัจจุบันได้ผลิตออกมาหัวโลหะ) เบอร์ 1, 3, 4, 5 และ 7 เป็นต้น

ส่วนไม้ที่มีหัวเป็นเหล็กอาจใช้ตั้งแต่ เบอร์ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 มีมุมองศาของหน้าเหล็ก และตีได้ตามระยะทางต่างกัน รวมไปถึงไม้เว็ดจ์ (wedge) เช่น พิชชิ่งเว็ดจ์และแซนด์เว็ดจ์ซึ่งใช้เล่นในสถานการณ์และทำเลที่ลูกอยู่แตกต่างกัน คือการเล่นลูกเข้าสู่กรีนระยะใกล้ หรือเล่นลูกบริเวณที่มีหญ้ายาวและในบ่อทราย เป็นต้น

การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จะมีกำหนดให้ไว้ตามระยะ หรือตามความใกล้ไกลของการตีลูก เช่น

หัวไม้ 1 ตีได้ไกลที่สุด
หัวไม้ 3 และ 5 ตีได้ลดหลั่นลงมา
เหล็ก 3 ตีได้ระยะ 170 หลา
เหล็ก 4 ตีได้ระยะ 160 หลา
เหล็ก 5 ตีได้ระยะ 150 หลา
เหล็ก 6 ตีได้ระยะ 140 หลา
เหล็ก 7 ตีได้ระยะ 130 หลา
เหล็ก 8 ตีได้ระยะ 120 หลา
เหล็ก 9 ตีได้ระยะ 110 หลา
เหล็ก 8 พิชชิ่งเว็ดจ์ ตีได้ระยะ 100 หลา
เหล็ก S แซนด์เว็ดจ์ ใช้ตีจากบ่อทราย ระยะไม่เกิน 80 หลา
หมายเหตุ แท่นทีออฟ จะมีหลายระยะ เช่น แท่นของโปร-ของชายทั่วไป-ของสุภาพสตรี-เยาวชน
ที่มา: สยามสปอร์ต

โปรแม่น (พลนิภัทร): http://promann.vox.com/