นักกอล์ฟที่เล่นกอล์ฟใหม่ๆ มือใหม่ในการเล่นกอล์ฟ อาจจะออกรอบที่สนามกอล์ฟได้ไม่นานหากมีเพื่อนร่วมก๊วนหรือเพื่อนที่ทำงาน เล่นกอล์ฟด้วยจะมีเพื่อนๆขอร่วมก๊วนเล่นด้วยเป็นจำนวนมาก เพราะฝีมือการเล่นจะอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างกันมาก เล่นแล้วจะสนุกสนานเฮฮา กันในสนามกอล์ฟ แต่หากมีสักคนที่พัฒนาฝีมือขึ้นมาเหนือกว่า หรือเล่นกอล์ฟได้ดีกว่า ผลงานดีกว่า เมื่อจะไปออกรอบด้วยกันอีกกับก๊วนเดิมที่เคยเล่นกันมานาน ก็จะมีเพื่อนๆในก๊วนเดิมเริ่มมาขอแต้มต่อในการเล่นทุกครั้งที่ไปออกรอบด้วย อาจจะขอ 1/2 คือหากหลุมไหนที่ผลการตีออกมาเสมอกัน คนที่ได้แต้มต่อก็จะเป็นผู้ชนะ และก็ยังเล่นกันต่อๆไป แต่การออกรอบกับก๊วนเดิมที่จะมาชวนไปออกรอบนั้นจะน้อยลง ๆหรือจะมีการขอแต้มต่อที่เพิ่มขึ้น เมื่อให้แต้มต่อ 1/2 แล้วยังไม่ชนะอีก อาจจะเป็น 1-2 ช๊อตในหลุมพาร์ 4-5 จนกว่าจะเอาชนะได้ ซึ่งการเล่นกอล์ฟแบบนี้อาจจะสนุกสำหรับนักกอล์ฟที่ไม่พัฒนาฝีมือกอล์ฟขึ้นมา แต่คนที่พัฒนาฝีมือการเล่นกอล์ฟขึ้นมาแล้วจะเป็นการเล่นที่ไม่สนุกเลย เพราะถ้าจะเล่นด้วยต้องมีการให้แต้มต่อซึ่งจะมองเป็นการเสียเปรียบสำหรับบาง ท่าน เมื่อการเล่นกอล์ฟมาพร้อมๆกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวนักกอล์ฟที่ไม่มีการพัฒนาฝีมือการเล่นกอล์ฟให้เท่าทันทัดเทียมกันแต่กลับ มาขอแต้มต่อในการเล่น จึงเป็นการเล่นกอล์ฟที่ไม่สนุกอีกต่อไป และจะหาเพื่อนมาเล่นกอล์ฟด้วยก็จะน้อยลงๆ บางคนจึงจำเป็นต้องแยกตัวไปเล่นกับนักกอล์ฟที่มีฝีมือทัดเทียมเท่ากันหรือ อาจจะมีฝีมือที่ดีกว่า และเป็นการแยกตัวแยกก๊วนจากก๊วนเดิมออกไป
|
|
You are here : Home » Archives for 2012
Tuesday, November 6, 2012
เล่นกอล์ฟเก่งขึ้นเพื่อนร่วมก๊วนน้อยลง
นักกอล์ฟที่เล่นกอล์ฟใหม่ๆ มือใหม่ในการเล่นกอล์ฟ อาจจะออกรอบที่สนามกอล์ฟได้ไม่นานหากมีเพื่อนร่วมก๊วนหรือเพื่อนที่ทำงาน เล่นกอล์ฟด้วยจะมีเพื่อนๆขอร่วมก๊วนเล่นด้วยเป็นจำนวนมาก เพราะฝีมือการเล่นจะอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างกันมาก เล่นแล้วจะสนุกสนานเฮฮา กันในสนามกอล์ฟ แต่หากมีสักคนที่พัฒนาฝีมือขึ้นมาเหนือกว่า หรือเล่นกอล์ฟได้ดีกว่า ผลงานดีกว่า เมื่อจะไปออกรอบด้วยกันอีกกับก๊วนเดิมที่เคยเล่นกันมานาน ก็จะมีเพื่อนๆในก๊วนเดิมเริ่มมาขอแต้มต่อในการเล่นทุกครั้งที่ไปออกรอบด้วย อาจจะขอ 1/2 คือหากหลุมไหนที่ผลการตีออกมาเสมอกัน คนที่ได้แต้มต่อก็จะเป็นผู้ชนะ และก็ยังเล่นกันต่อๆไป แต่การออกรอบกับก๊วนเดิมที่จะมาชวนไปออกรอบนั้นจะน้อยลง ๆหรือจะมีการขอแต้มต่อที่เพิ่มขึ้น เมื่อให้แต้มต่อ 1/2 แล้วยังไม่ชนะอีก อาจจะเป็น 1-2 ช๊อตในหลุมพาร์ 4-5 จนกว่าจะเอาชนะได้ ซึ่งการเล่นกอล์ฟแบบนี้อาจจะสนุกสำหรับนักกอล์ฟที่ไม่พัฒนาฝีมือกอล์ฟขึ้นมา แต่คนที่พัฒนาฝีมือการเล่นกอล์ฟขึ้นมาแล้วจะเป็นการเล่นที่ไม่สนุกเลย เพราะถ้าจะเล่นด้วยต้องมีการให้แต้มต่อซึ่งจะมองเป็นการเสียเปรียบสำหรับบาง ท่าน เมื่อการเล่นกอล์ฟมาพร้อมๆกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวนักกอล์ฟที่ไม่มีการพัฒนาฝีมือการเล่นกอล์ฟให้เท่าทันทัดเทียมกันแต่กลับ มาขอแต้มต่อในการเล่น จึงเป็นการเล่นกอล์ฟที่ไม่สนุกอีกต่อไป และจะหาเพื่อนมาเล่นกอล์ฟด้วยก็จะน้อยลงๆ บางคนจึงจำเป็นต้องแยกตัวไปเล่นกับนักกอล์ฟที่มีฝีมือทัดเทียมเท่ากันหรือ อาจจะมีฝีมือที่ดีกว่า และเป็นการแยกตัวแยกก๊วนจากก๊วนเดิมออกไป
สนามกอล์ฟหลังจัดแข่งขันกอล์ฟ
นักกอล์ฟที่จะไปตีสนามที่สมบูรณ์ สวยงามและมีการจัดการในสนามทั้งเรื่องกรีน แฟร์เวย์ มีการตัดหญ้าให้หญ้ามีความสั้นยาวเท่ากันทั้งสนามกอล์ฟ แล้วละก็ต้องไปออกรอบเล่นกอล์ฟหลังจบรายการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ๆ ที่มีนักกอล์ฟต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขัน เพราะทางสนามจะเตรียมความพร้อมของสนามในทุกๆเรื่องๆ ที่เกี่ยวข้องกับสนามกอล์ฟ ให้ดูดีมีมาตรฐาน ซึ่งหากท่านได้มีโอกาสไปออกรอบหลังสนามกอล์ฟจัดการแข่งขันไปแล้ว 1-2 วันหลังจากนั้น ไปตีสนามนั้นแล้วท่านจะประทับใจในการจัดการที่มีการดูแล ความเรียบร้อย ของหญ้าและกรีนที่ แทบจะไม่มีจุดการซ้อมให้เห็นบนกรีนเลยละครับ ส่วนหญ้าที่จุด T-off หญ้าในแฟร์เวย์ จะมีการตัดให้ความยามของหญ้าที่เท่ากัน ตลอดทุกหลุม ซึ่งผมได้ไปออกรอบหลังการแข่งขันรายการใหญ่ๆที่สนามอำมตะ สนามสวยมากๆ แตกต่างก่อนหน้าที่เคยไปออกรอบก่อนการแข่งขันมาก ชนิดที่ต้องบอกว่าดูดีจริงๆ ซึ่งทางสนามอำมตะในวันปกติก็ถือว่าดีอยู่แล้ว ในการจัดการกับสนามกอล์ฟ แต่หากจะให้คะแนนสนามหลังจากการแข่งขัน กับวันปกติที่ไม่มีการแข่งขันแล้วละก็ 100/80 เลยละครับ หากท่านมีโอกาสได้ไปออกรอบกับสนามกอล์ฟหลังจาก ที่จัดการแข่งขันรายการใหญ่ๆ ผ่านไปแล้ว ต้องประทับใจแน่ๆ ว่าก่อนหน้านี้ที่เคยมาออกรอบกับสนามนี้ มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
ประวัติกีฬากอล์ฟ
กอล์ฟเป็นกีฬาที่เล่นในยามว่าง และแข่งขันกันทั้งระดับสมัครเล่นและระดับอาชีพ เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในความนิยมระดับโลก ผู้เล่นจะมีไม้หลายอันเป็นชุด แต่จะต้องไม่เกิน 14 อัน ใช้ตีลูกเล็กๆ จบกันเป็นหลุมต่อเนื่องกันไป อาจจะ 9 หรือ 18 หลุมตามแต่กำหนด โดยนับการตีจำนวนครั้งน้อยที่สุดจะดีที่สุด สนามต่างๆ ที่ใช้เล่นได้รับการออกแบบมาให้มีระยะทาง อุปสรรคต่างๆ ในแต่ละหลุมเช่นอุปสรรคน้ำ บังเกอร์ทราย ต้นไม้ ความลาดเทของสนามและกรีน เป็นต้น เพื่อให้มีความยากง่ายและความท้าทายในการเล่น ประวัติศาสตร์ มีหลายประเทศอ้างว่าเป็นประเทศต้นกำเนิดกีฬากอล์ฟ เช่นประเทศเยอรมันนี ในศตวรรษที่ 14 เจ้าของฝูงแกะซึ่งจ่ายภาษีให้กับขุนนางเจ้าของที่ดิน ได้รับสิทธิ์ใช้ผืนที่ดินเลี้ยงแกะโดยขุนนางให้ใช้ไม้ที่ปลายตาขอสำหรับ เกี่ยวคอแกะ ตีก้อนหินลูกกลมๆ ตามจำนวนครั้งเป็นเท่ากับจำนวนแกะที่เลี้ยงไว้ ขนาดผืนดินใช้เลี้ยงแกะเท่ากับความกว้างยาวที่เจ้าของฝูงแกะตีได้ อีกทฤษฎีหนึ่งของจุดเริ่มต้นกีฬากอล์ฟ มาจากชาวประมงชาวสกอตที่กลับจากการหาปลา เวลาเดินผ่านทุ่งหญ้าก็เอากิ่งไม้เดินหวดลูกหินไปตามทาง และเมื่อหวดไปครั้งหนึ่งก็ลองหวดต่อไปเรื่อยๆ ดูว่าจะตีไปได้ไกลกว่าลูกแรกหรือไม่ เมื่อลูกหินหล่นลงไปในบ่อหรือแอ่งดินที่แกะใช้เป็นที่หลบภัยธรรมชาติ ชาวประมงก็ต้องใช้ความสามารถที่จะตีให้ลูกหินออกมาได้จนกว่าจะเดินถึงบ้าน บ่อนั้นก็ได้พัฒนามาเป็นบังเกอร์ทราย เมื่อลูกกอล์ฟตกลงไปในโพรงที่กระต่ายขุดไว้ ก็เท่ากับเป็นการค้นคิดวิธีการเล่นกอล์ฟขึ้นมาในตัวเองว่าเกมส์จะจบลงเมื่อ ลูกลงหลุม เป็นที่ยอมรับกันว่ากีฬากอล์ฟหรือกีฬาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่ยังไม่มีหลักฐานอ้างอิงได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ริเริ่มขึ้นเมื่อใด ได้มีการค้นคว้าหาจุดเริ่มต้นย้อนอดีตไปจนถึงยุคจักกรวรรดิ์โรมันซึ่งมีการ เล่นเกมส์ที่เรียกว่า พากานิก้า (Paganica) บ้างก็อ้างว่ากีฬากอล์ฟพัฒนามาจากการเล่น ชูเดอมาล (Jeu de mail) ของชาวฝรั่งเศส หรือ โคลเวน (Kolven) ของชาวฮอลแลนด์ นอกจากนั้นก็ยังมีเกมส์อื่นๆ ซึ่งเล่นกันในหมู่ขุนนางอังกฤษ และจักรพรรดิ์โรมันเล่นในยามว่าง เป็นเกมส์ที่ยืนด้านข้าง ใช้ไม้ตีลูกที่มีเปลือกทำจากหนังวัวบางๆ เย็บติดกันและยัดไส่ด้วยขนห่าน และลูกที่ใช้ตีในบางเกมเป็นแกนไม้เนื้อแข็ง นำมาขัดเป็นก้อนกลมๆ และบางเกมในทวีปยุโรปสมัยก่อน เล่นกันเป็นทีมโดยฝ่ายหนึ่งตีลูกสามครั้ง ให้โดนเป้าตามระยะที่กำหนด ส่วนฝ่ายตรงข้ามต้องพยายามตีลูกหนึ่งครั้งกลับไปอยู่ในที่ที่เป็นอุปสรรค
ป้องกันอาการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ
ป้องกันอาการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ
อาการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟที่พบมากคือ เคล็ดขัดยอก กล้ามเนื้อแข็ง ตึง และการเสียดสีอันเนื่อง

มาจากการสวิง เพราะนักกอล์ ฟจะต้องตีลูกให้ลอยไปในอากาศด้วยอัตราความเร็ว 100 ไมล์ต่อชั่วโมงในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที ผู้เล่นจึงต้องออกแรงบิดตัวอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด และต้องทำซ้ำกันหลายๆครั้ง ความจริงแล้ว เราสามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังเล่น รวมถึงการปรับปรุงท่าทางขณะเล่นให้ถูกต้อง เช่น การจับกริพ ท่ายืน และทิศทางการส่งลูก นอกจากนี้ ก็ต้องเข้าใจตำแหน่งและความรุนแรงของอาการบาดเจ็บต่างๆ เพื่อปฐมพยาบาลตนเองในเบื้องต้น ก็จะช่วยให้การบาดเจ็บของคุณคืนสู่สภาพปกติและสามารถกลับไปเล่นได้ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อาการบาดเจ็บบริเวณคอ
เส้น เอ็นและถุงน้ำในข้ออักเสบ เกิดจากการเสียดสีอย่างรุนแรงซ้ำๆ ในที่เดิมบ่อยๆ ทำให้เส้นเอ็นและถุงน้ำในข้อเกิดการอักเสบ เช่น การดึงหัวไหล่ในจังหวะสวิงการรักษาเบื้องต้น ใช้ถุงน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวดทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง พร้อมทั้งรับประทานยาแก้ปวด หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงบริเวณที่ปวด หลังจากนั้น 2-3 วัน ให้ยืดเหยียดที่คอและไหล่ ถ้ายังรู้สึกว่าเจ็บอยู่ ควรปรึกษาแพทย์อาการบาดเจ็บบริเวณข้อศอกข้อ ศอกอักเสบ คือเกิดอาการเสียวแปลบหรือชาที่ท่อนแขนและข้อศอกเป็นครั้งคราว เนื่องมาจากการกระแทกข้อศอกโดยฉับพลันหรือออกแรงท่อนแขนมากเกินไป การบิดข้อมือไปข้างหน้ามากเกินไปในจังหวะ down-swing และจังหวะ follow-through หรือเทคนิคในการเล่นอื่นๆ ที่ไม่ถูกต้อง การตีแซะลูกซ้ำกันบ่อยครั้ง การเล่นลูกในพงหญ้าและการเล่นกอล์ฟหลังจากหยุดไปนาน เป็นต้นการรักษาเบื้องต้น การหยุดพักนิ่งๆเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณข้อ ศอก นานประมาณ1-2 สัปดาห์ (แต่สามารถฝึกพัทลูกเบาๆ ได้) ทั้งนี้อาจใช้ถุงน้ำแข็งประคบไว้ทันทีเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด อาการเช่นนี้ถ้าเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอาจทำให้เกิดการเรื้อรังได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาให้หายขาดอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือและฝ่ามือ
ก่อน เล่นกอล์ฟทุกครั้ง ควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10-15 นาที แต่หากมีเหตุให้คุณต้องรีบเล่น คุณยังสามารถยืดเหยียดกล้ามเนื้อในส่วนที่จำเป็นได้ด้วยเวลาที่จำกัด ซึ่งยังคงให้ผลเช่นเดียวกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบเต็มเวลา ด้วยท่าต่อไปนี้
อาการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟที่พบมากคือ เคล็ดขัดยอก กล้ามเนื้อแข็ง ตึง และการเสียดสีอันเนื่อง
มาจากการสวิง เพราะนักกอล์ ฟจะต้องตีลูกให้ลอยไปในอากาศด้วยอัตราความเร็ว 100 ไมล์ต่อชั่วโมงในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที ผู้เล่นจึงต้องออกแรงบิดตัวอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด และต้องทำซ้ำกันหลายๆครั้ง ความจริงแล้ว เราสามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังเล่น รวมถึงการปรับปรุงท่าทางขณะเล่นให้ถูกต้อง เช่น การจับกริพ ท่ายืน และทิศทางการส่งลูก นอกจากนี้ ก็ต้องเข้าใจตำแหน่งและความรุนแรงของอาการบาดเจ็บต่างๆ เพื่อปฐมพยาบาลตนเองในเบื้องต้น ก็จะช่วยให้การบาดเจ็บของคุณคืนสู่สภาพปกติและสามารถกลับไปเล่นได้ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อาการบาดเจ็บบริเวณคอ
- เสียว แปลบที่บริเวณคอ ท้ายทอยหรือบ่า เกิดจากการสวิงไม่ถูกวิธี รวมถึงการอบอุ่นร่างกายไม่เพียงพอ ทำให้มีการฉีกขาดเล็กน้อยของกล้ามเนื้อบริเวณช่วงต่อของคอกับไหล่ เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้เกิดการเจ็บปวดอย่างรุนแรงทันที
- เส้น เอ็นยึดติด เนื่องจากนักกอล์ฟหมุนคอหรือบิดคอไปด้านหลังมากเกินไป จนทำให้เส้นเอ็นคอยึดติดกับกระดูกสันหลังเกิดการแข็งตึง ไม่สามารถหันกลับสู่สภาพเดิมได้เต็มที่
- กระดูก สันหลังเคลื่อน มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ กับนักกอล์ฟสูงอายุ เนื่องจากการบิดงอหรือหมุนตัวไปด้านข้างมากเกินไป ทำให้กระดูกสันหลังที่เชื่อมต่อกับคอเกิดการอักเสบ แข็งตัว ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างสะดวก หรือเนื่องมาจากอายุเพิ่มมากขึ้นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณ กระดูกสันหลังลดน้อยลง เวลาบิดตัวในจังหวะ follow-through อย่างรุนแรงแผ่นที่เชื่อมระหว่างข้อต่อกระดูกสันหลังจึงเคลื่อนออกจากที่ เดิม ทำให้ปวดหลังขึ้นไปจนถึงบริเวณต้นแขน
เส้น เอ็นและถุงน้ำในข้ออักเสบ เกิดจากการเสียดสีอย่างรุนแรงซ้ำๆ ในที่เดิมบ่อยๆ ทำให้เส้นเอ็นและถุงน้ำในข้อเกิดการอักเสบ เช่น การดึงหัวไหล่ในจังหวะสวิงการรักษาเบื้องต้น ใช้ถุงน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวดทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง พร้อมทั้งรับประทานยาแก้ปวด หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงบริเวณที่ปวด หลังจากนั้น 2-3 วัน ให้ยืดเหยียดที่คอและไหล่ ถ้ายังรู้สึกว่าเจ็บอยู่ ควรปรึกษาแพทย์อาการบาดเจ็บบริเวณข้อศอกข้อ ศอกอักเสบ คือเกิดอาการเสียวแปลบหรือชาที่ท่อนแขนและข้อศอกเป็นครั้งคราว เนื่องมาจากการกระแทกข้อศอกโดยฉับพลันหรือออกแรงท่อนแขนมากเกินไป การบิดข้อมือไปข้างหน้ามากเกินไปในจังหวะ down-swing และจังหวะ follow-through หรือเทคนิคในการเล่นอื่นๆ ที่ไม่ถูกต้อง การตีแซะลูกซ้ำกันบ่อยครั้ง การเล่นลูกในพงหญ้าและการเล่นกอล์ฟหลังจากหยุดไปนาน เป็นต้นการรักษาเบื้องต้น การหยุดพักนิ่งๆเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณข้อ ศอก นานประมาณ1-2 สัปดาห์ (แต่สามารถฝึกพัทลูกเบาๆ ได้) ทั้งนี้อาจใช้ถุงน้ำแข็งประคบไว้ทันทีเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด อาการเช่นนี้ถ้าเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอาจทำให้เกิดการเรื้อรังได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาให้หายขาดอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือและฝ่ามือ
- เส้น เอ็นที่ข้อมืออักเสบ เนื่องจากออกแรงมากเกินไปทำให้ ข้อมือบวม และอักเสบ เมื่อเวลาสวิงจบ จะรู้สึกเจ็บที่โคนหัวแม่มือซ้าย ดังนั้นควรลดความแรงในการสวิงลงการรักษาเบื้องต้น ประคบด้วยถุงน้ำแข็งบริเวณที่บวม เพื่อลดอาการปวด รวมทั้งหยุดพักเพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวข้อมือหรืองดเล่นกอล์ฟสักระยะ การโยกนิ้วมือเบาๆ จะช่วยให้การเคลื่อนไหวนิ้ว คล่องตัวเร็วขึ้น เมื่ออาการทุเลาลงมากแล้ว ให้เริ่มออกกำลังเบาๆและฝึกสวิงด้วยเหล็กที่มีน้ำหนักเบาอีกครั้ง
- ผิว หนังพุพอง,ถลอก เกิดจากการเสียดสีซ้ำๆ กัน ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อและเป็นตุ่มพุพองมีน้ำใสๆ อยู่ภายในหรือบางครั้งอาจมีเลือดออกด้วย มักเกิดกับนักกอล์ฟที่เพิ่งหัดเล่นใหม่ๆ ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่การสวมถุงมือและใช้พลาสเตอร์ปิดบริเวณที่มีการเสียดสีมากๆ ก็อาจช่วยบรรเทาความรุนแรงได้การรักษาเบื้องต้น อาการนี้ไม่ร้ายแรง สามารถหายเองได้ แต่ถ้าหากเม็ดพุพองนั้นบวมเป่งจนแทบจะแตกออก วิธีที่ดีที่สุดคือ ทำให้เม็ดพุพองนั้นแตก โดยทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเสียก่อน แล้วใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว แทงให้น้ำใสๆ ภายใน ไหลออกมาให้หมด ก่อนเช็ดด้วยสำลีหรือผ้าสะอาดให้แห้ง แล้วใช้พลาสเตอร์ยาปิดไว้
ก่อน เล่นกอล์ฟทุกครั้ง ควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10-15 นาที แต่หากมีเหตุให้คุณต้องรีบเล่น คุณยังสามารถยืดเหยียดกล้ามเนื้อในส่วนที่จำเป็นได้ด้วยเวลาที่จำกัด ซึ่งยังคงให้ผลเช่นเดียวกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบเต็มเวลา ด้วยท่าต่อไปนี้
- ใช้ เหล็กสามอันพาดกลางหลัง เกี่ยวให้แนบกับหลังด้วยข้อศอก วางเท้าและท่าทางเหมือนกำลังจะสวิง แล้วหมุนตัวแบบเดียวกับการสวิงเต็มวง ทำซ้ำติดต่อกันประมาณ 1 นาที
- ซ้อม วงสวิงด้วยไม้กอล์ฟที่คุณตั้งใจจะใช้ตีลูกช็อตแรกของการเล่น สวิงผ่านหมุดตั้งลูก หรือ ยอดหญ้า (สมมุติให้เป็นลูกกอล์ฟ) ประมาณ 4-5 ครั้ง จะช่วยให้คุณสามารถตีลูก ลูกแรกได้ถูกต้องแม่นยำ และช่วยสร้างสมาธิ ฝึกสายตา ข้อสำคัญคือในขณะสวิง ศีรษะต้องนิ่งและสายตาจับอยู่ที่จุดสมมุตินั้น
เอาภาพสุดยอดสนามกอล์ฟในฝันมาฝาก
ระบบคิดคะแนนที่นักกอล์ฟ (Golfer) เรียกสั้นๆว่า T-System, Thai-System หรือ THAI SCORING AVERAGE SY... 63
เอาภาพสุดยอดสนามกอล์ฟในฝันมาฝาก และสอบถามความเห็นของผู้เคยใช้บริการของ กอล์ฟ T-System
(คลิ๊ก Go to Website ด้านล่างเพื่อเข้าเวบของสนามครับ)
ระบบคิดคะแนนที่นักกอล์ฟ (Golfer) เรียกสั้นๆว่า T-System, Thai-System หรือ THAI SCORING AVERAGE SY... 63
[รูปสนามกอล์ฟสวยมาก ๆ : เก็บภาพสนามกอล์ฟสวย ๆ ระดับโลกมาฝากด้วยครับ]
Go to website: เข้าสู่เวบไซต์ดูสนามและโปรโมชั่นที่นี่
ใครใช้บริการแล้ว ภาพรวม ราคา คุณภาพ บริการ และแคดดี้เป็นอย่างไร
รบกวนแบ่งปัน (Review หรือ Comment) ด้านล่างนี้ครับ
เอาภาพสุดยอดสนามกอล์ฟในฝันมาฝาก และสอบถามความเห็นของผู้เคยใช้บริการของ สนามกอล์ฟ บลูแซฟไฟร์ รีสอร์ท แอนด์ จิวเวอรี่
(คลิ๊ก Go to Website ด้านล่างเพื่อเข้าเวบของสนามครับ)
ตั้งออยู่ในบรรยากาศ ธรรมชาติ ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 170 ... 62
[รูปสนามกอล์ฟสวยมาก ๆ : เก็บภาพสนามกอล์ฟสวย ๆ ระดับโลกมาฝากด้วยครับ]
เทคนิคตีกอล์ฟ ชอทแรกดี ทีออฟได้ มีชัยไปกว่าครึ่ง (ไม่งั้นหมดอารมณ์เล่นต่อ)
การ
ตีหัวไม้ 1
ให้แม่นแฟร์เวย์เป็นสุดยอดปรารถนาของนักกอล์ฟทั้งโลกทุกเพศทุกวัยทุกระดับ
ฝีมือ เพราะการไดรฟ์ลูกอยู่ในแฟร์เวย์เห็นแล้วมันชื่นใจ
แต่การตีหัวไม้ 1 ให้ลูกอยู่ในแฟร์เวย์เป็นงานไม่ง่าย เพราะหัวไม้ 1 ก้านยาวกว่าไม้ทุกอันในถุง
นอกจากนั้นเป็นไม้ที่ตีเอาระยะ เวลาตีจึงต้องมีการถ่าย น้ำหนัก ทำความเร็วของหัวไม้ให้เร็วที่สุด
การเร่งความเร็วของหัวไม้และการถ่ายน้ำหนักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตีไม่แม่นแฟร์เวย์
แล้วจะทำอย่างไรจึงจะตีแม่นแฟร์เวย์ โดยเฉพาะหลุม พาร์ 4 สั้นซึ่งส่วนใหญ่แฟร์เวย์แคบหรือมีอุปสรรคดักตรง ‘แลนดิ้ง แอเรีย’
ต่อ
ไปนี้เป็น 3 วิธีที่ทำให้ตีหัวไม้ 1 แม่นแฟร์เวย์ 2
วิธีแรกเป็นวิธีที่ผมใช้ทุกครั้งเวลาตีทีชอตหลุม 5 พาร์ 4 ระยะ295 หลา
สนามนวธานีที่ซ้ายมีน้ำ ขวามีหลุมทรายและป่าตลอดแนว
วิธีที่ 1 จับกริปโช้กดาวน์ลง 1 หรือ 2 นิ้ว
การจับกริปโช้กดาวน์ทำให้หัวไม้ 1 สั้นลงเท่าหัวไม้ 3 วงสะวิงเล็กลงทำให้คอนโทรลง่าย แต่หน้าไม้ (club face) ใหญ่กว่าหัวไม้ 3 แรงสปริงที่หน้าไม้เยอะกว่าหัวไม้ 3 ลูก ตกแล้ววิ่งได้ระยะมากกว่าหัวไม้ 3
ถ้าท่านนักกอล์ฟต้องการตีแม่นแบบหัวไม้ 3 แต่ต้องการระยะมากกว่าหัวไม้ 3 สัก 10-20 หลา สูตรตีหัวไม้1 โช้กดาวน์นี่ใช่เลย
วิธีที่ 2 จับกริปแบบปกติ สะวิงแบบปกติ แต่จบวงสะวิงสั้น ให้มือที่จับกริปอยู่สูงระดับเดียวกับเอวหรือสูงกว่าเอวไม่เกิน 1 คืบ
การจบสั้นแบบนี้จะทำให้ท่านเสียระยะนิดหน่อยแบบเดียวกับวิธีที่ 1 แต่ได้ความแม่นแฟร์เวย์มาชดเชย
ถ้า
ท่านใช้สูตรนี้ ตอนจบวงสะวิงต้องให้ก้านไม้กอล์ฟชี้ตรงเป้าหมาย
ปลายไม้ชี้ฟ้าโดยที่หน้าไม้ไม่เปิดและไม่ปิด
ก่อนซ้อมตีทดลองทำท่าจบวงสะวิงดูซะก่อนก็ได้ ว่าก้านชี้ตรงเป้า
ปลายไม้ชี้ฟ้า หน้าไม้ไม่เปิดและไม่ปิด ลักษณะเป็นอย่างไร
วิธีที่ 3 วิธีนี้ผมเพิ่งอ่านเจอจากตำราฝรั่ง ตั้งใจจะนำไปทดลองซ้อมวันพรุ่งนี้
ครู
กอล์ฟบอกว่า เมื่อปักทีตั้งลูกบนทีแล้ว ให้ปักทีอีก1 อัน หน้าลูก 6 นิ้ว
โดยให้ทำมุม 45 องศา กับด้านนอกของเส้นตรงสมมุติที่ลากจากลูกไปยังเป้าหมาย
หลังจากนั้นก็ซ้อมตีโดยตอนฟอลโลว์ธรูให้ส่งหัวไม้ข้ามหัวทีอันหน้าทุกครั้งไป
การ
ส่งหัวไม้ยาวออกไปให้ข้ามหัวทีอันหน้าภายหลังหน้าไม้ปะทะลูกเป็นการบังคับ
ให้ท่านเลี้ยงหน้าไม้ให้สแควร์นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
หัวไม้จะไม่เฉือนจากนอกเข้าใน (ทำให้สไลซ์)
และจะไม่ตบจากในเข้าในเร็วเกินไป (ทำให้ฮุก)
ขอให้ทดลองซ้อมจนมั่นใจ แล้วจะพบความจริงว่า การตีหัวไม้ 1 ให้แม่นแฟร์เวย์ไม่ยากเลย
เทคนิคการไดรฟ์ให้ชัวร์
วันนี้
ผมจะแนะนำวิธีเตรียมการเล่นช้อท ทีออฟ หรือ ลูกไดรฟ์ นั่นเอง
ซึ่งถ้านักกอล์ฟรู้หลักและฝึกทำให้เป็นขั้นตอนตามนี้ทุกครั้งจนเป็นกิจวัตร
หรือที่ศัพท์กอล์ฟเรียกว่า รูทีน(routine) ก็จะช่วยให้ช้อททีออฟของท่านมีประสิทธิภาพและช่วยให้สกอร์ของท่านออกมาดีได้
ขั้นที่ 1.
ให้ปักทีวางลูกให้สูงพอ โดยที่เมื่อวางหัวไม้บนพื้นแล้ว
ให้ลูกอยู่สูงกว่าส่วนบนของหัวไม้ครึ่งลูก เพื่อทำให้ตำแหน่งอิมแพ็คท์
หรือหน้าไม้กระทบลูกอยู่ในช่วงของการ สวิงขึ้น และที่ตำแหน่งกลางหน้าไม้
ค่อนขึ้นไปทางด้านบน
และให้ปรับการยืนให้ตำแหน่งลูกอยู่ตรงกับเท้าซ้ายด้านในการทำเช่นนี้เป็นการ
สร้างมุมทะยานของลูกที่สูง ซึ่งก่อให้เกิดระยะทางการบิน หรือการแครี่
(carry) ที่ไกลกว่าช้อทที่ตั้งทีลูกต่ำและตีต่ำถ้านักกอล์ฟลงไม้
หรือดาวน์สวิง ได้ถูกต้อง มันจะไม่เกิดลูกโด่งแบบ “ยิงนก” อย่างแน่นอนครับ
แต่ถ้าท่านอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตีทวนลม ท่านควรปักทีให้ต่ำลง
รวมทั้งปรับตำแหน่งลูกให้กลางระหว่างเท้ามากยิ่งขึ้น
เพื่อให้ช้อทนั้นต่ำเพื่อที่จะหลบลม ตามที่สถานการณ์บังคับ
ขั้นที่ 2.
หลังจากตั้งทีลูกเสร็จแล้ว ท่านควรย้อนกลับไปยืนหลังลูกอีกครั้ง
แล้วมองผ่านลูกไปยังเป้าหมายที่ต้องการ
เพื่อกำหนดจุดตกของลูกที่ต้องการไว้ในใจ
ในขณะเดียวกันก็พิจารณาทิศทางของลมและตำแหน่งของอุปสรรคต่างๆและความลาด
เอียงของแฟร์เวย์ ฯลฯ ด้วย เสร็จแล้วจึงเข้ายืนจรดลูกตามแนวที่ได้วางไว้
ขั้นที่ 3.
ให้ท่านจับกริพด้วยมือซ้ายเท่านั้นก่อน เพื่อจัดให้หน้าไม้ สแควร์
หรือตัดฉาก กับแนวทางเดินของลูก
และเพื่อจัดให้แนวก้านกับแนวแขนซ้ายเป็นเส้นตรงเดียวกัน
ขั้นที่ 4.
วางหัวไม้หลังลูก ให้สแควร์กับแนวทางเดินของลูก
ก่อนที่จะแยกเท้าและย่อตัวตามปกติต่อไป เพื่อช่วยให้ช้อทที่จะตีออกไปนี้ตรง
นอกจากนั้นตรงนี้ยังเป็นวิธีที่จะทำให้ท่านรู้ว่าควรจะยืนห่างจากลูกเท่าใด
ด้วย อย่าเอื้อม ไปหาลูกจนทำให้หัวของหน้าไม้ลอยขึ้น ถ้าท่านยืนถูกแล้ว
แนวสะโพก ไหล่ และหน้าไม้ของท่านจะต้องสแควร์กับแนวทางเดินของลูก
เสร็จแล้วจึงจับกริพมือขวาโดยไม่มีการขยับตัวช่วยแต่อย่างใด
เพราะนั่นจะทำให้ตำแหน่งสแควร์เปลี่ยนไป
จะทำให้เกิดการตีจากด้านนอกเข้าด้านใน ซึ่งก่อให้เกิดการดันหรือสไลซ์
(slice) ลูกได้การวางตำแหน่งลูกไว้ที่ด้านในของเท้าซ้ายพอดี
(โดยที่ท่านจัดส่วนอื่นๆได้ถูกต้องแล้ว)
จะทำให้ท่านตีโดนลูกในช่วงที่ไม้สวิงขึ้นเล็กน้อย นั่นคือ หลังจาก
ที่ไม้ลงไปถึงก้นของวงสวิงเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ตีโดนลูกได้อย่างเนื้อๆ
ได้ระยะที่ไกล
เนื่องจากมุมทะยานของช้อทของท่านสูงนั่นเองขอให้นักกอล์ฟซ้อมปฏิบัติตามขั้น
ตอนเหล่านี้ให้ติดเป็นนิสัยนะครับ แล้วสกอร์ของท่านจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
อย่าลืมนะครับ “การซ้อมก่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบ”
“หน้าที่สองประการของนักกอล์ฟ” เพื่อเทินโปรได้เร็ว
วันนี้ผมขอเสนอ “กอล์ฟทิป” เรื่อง “หน้าที่สองประการของนักกอล์ฟ”ละกันครับ!
ไหนๆ ระยะนี้เรามักได้ยินคำว่า “หน้าที่” กันชินหูแล้ว วันนี้ผมก็จะแนะนำเรื่องหน้าที่ของนักกอล์ฟบ้าง ซึ่งก็คือหน้าที่ที่ท่านต้องทำในการสวิง เพื่อที่จะทำให้ท่านตีลูกได้ดีนั่นเอง แต่ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้คือหน้าที่สองประการ ที่สำคัญมาก ในจำนวนหน้าที่ทั้งหมดอีกหลายประการ เกมกีฬากอล์ฟนี้มันต้องการให้ท่านทำหน้าที่สำคัญอยู่สองประการเป็นอย่างน้อย นั่นคือ
- ตีลูกให้ได้ระยะ (ที่แน่นอน) และ
- ตีลูกเข้าสู่เป้าหมาย (ได้อย่างแม่นยำ)
ส่วนการตีตรงและแม่นนั้น ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะพลาดไปไม่ได้เลยก็คือการ อิมแพ็คท์ลูกให้โดนจุดศูนย์กลาง หรือ CG (Center of Gravity)
ของหน้าไม้ (รูปที่ 2) ซึ่งจากรูป ท่านจะเห็นได้ว่า ถ้าตีโดนปลายหน้าไม้
จะทำให้หน้าเปิด ลูกจะออกขวา หรือสไลซ์ แต่ถ้าตีโดนโคนหน้าไม้
จะทำให้หน้าปิด ลูกจะออกซ้าย หรือฮุก
มีอยู่จุดเดียวเท่านั้นที่โดนแล้วลูกจะตรง ก็คือตรงกลางนั่นเอง
แต่
กอล์ฟเป็นอะไรที่น่าจะง่าย
หรือทำหน้าที่แค่สองอย่างนั้นเท่านั้นไม่น่าจะยาก
แต่ใครที่ผ่านมันมาบ้างพอสมควรก็จะรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่รู้สึกเลย
และที่น่าแปลกหนักเข้าไปอีกก็คือ
ธรรมชาติมักไม่ยอมให้เราทำหน้าที่ได้ดีที่สุดทั้งสองอย่างพร้อมๆกันง่ายๆ
กล่าวคือ เมื่อความเร็วสูงขึ้น ความแม่นลูกจะต่ำลง ถ้าจะให้แม่นลูกมากขึ้น
ก็จะต้องลดความเร็วลง
สำหรับ
การปรับปรุงการเล่นเพื่อให้เราสามารถทำหน้าที่ทั้งสองประการได้อย่างมี
ประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก็สามารถแยกทำได้สองส่วนด้วยกัน
หรือถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรที่จะปรับปรุงทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน นั่นคือ
- แก้ที่ตัว (คือแก้วง)
- แก้อุปกรณ์ (คือใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตัวและวง)
สำหรับ
เรื่องการแก้วง เป็นส่วนที่สมควรจะทำที่สุด เพราะประหยัดที่สุด
และเราสามารถปรับวงให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องยุ่งเรื่องอุปกรณ์ได้
แต่ท่านจำเป็นต้องไปหาโปรที่ชำนาญการแก้วงและให้โปรแก้ไห้
ส่วน
เรื่องการแก้อุปกรณ์นั้น ผมจะแนะนำให้อย่างย่อๆแต่ได้ใจความ
ซึ่งผมแน่ใจว่านักกอล์ฟทุกท่านต่างก็มีความรู้
คงจะตีความได้และถึงบางอ้อได้ไม่ยาก กล่าวคือ
จาก
รูปที่ 1 ถ้าท่านตีลูกเลี้ยวขวา หรือสไลซ์ เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวละก็
แสดงว่าก้านของท่านบิดตัวมากเกินไป หรือ “ท้อค (Torque)” สูงเกินไป
ควรใช้ก้านที่ท้อคต่ำลง
จะต่ำลงมากหรือน้อยเพียงได้ก็ขึ้นอยู่กับลูกของท่านเลี้ยวแรงเพียงใด
และยิ่งประกอบกับลูกโด่งมาก ไม่ได้ระยะด้วย ก็แสดงว่า Flex
ของก้านนั้นอ่อนไปด้วย ต้องใช้ก้านที่แข็งขึ้น
แต่ถ้าลูกที่ท่านตีไม่ยอมโด่ง ก็ต้องให้ก้านที่อ่อนลง หรือ Flex
สูงขึ้นนั่นเอง ส่วนถ้าท่านมักตีฮุกเป็นประจำ ท่านกลับจะต้องแก้ที่หัว
เช่นเปลี่ยนหัวเป็นแบบ Anti Hook มากกว่า
ส่วน
ในกรณีที่ท่านใดที่กำลังมองหาอุปกรณ์ใหม่สักชุด แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกแบบใด
ก้านอะไร Flex อะไรดี
ผมก็มีกฎง่ายๆในการเลือกอุปกรณ์ให้ท่านใช้ประกอบการเลือก
เพื่อให้ท่านสามารถตัดสินใจอย่างมีข้อมูลได้
ไม่ต้องวัดดวงหรือให้เซลส์หลอกเอาเสียทีเดียว หลักนี้ผมเรียกว่า กฎการเลือกสเป็กก้านไม้กอล์ฟตามความสูงของผู้เล่น
ครับ (โปรดสังเกตว่าตรงนี้ไม่ได้คิดถึงปัจจัยเรื่อง เพศ อายุ น้ำหนัก ฯลฯ
ซึ่งมีผลเหมือนกัน แต่เพียง 10-20% แสดงว่าทุกเพศทุกวัยเหมือนกันหมด
ดูที่ความสูงครับ)
ความสูงนักกอล์ฟ
|
ก้านชุดเหล็ก/Flex
|
ก้านหัวไม้/Flex/Torque
|
-165
|
กราไฟท์ A/L
|
กราไฟท็ A/L 4.5+
|
165-172
|
กราไฟท์ R
|
กราไฟท์ R 4-
|
172-179
|
เหล็ก R
|
กราไฟท์ R/SR 3.5-
|
180+
|
เหล็ก S
|
กราไฟท์ S 3-
|
หวัง
ว่ากอล์ฟทิปนี้คงมีประโยชน์กับนักกอล์ฟทุกท่านไม่มากก็น้อย
โปรดติดตามเรื่องต่อไปเร็วๆนี้
มีปัญหากอล์ฟต้องการปรึกษาผมทางอีเมล์ก็คลิกที่ลิ้ง “ปรึกษาโปร”
ด้านข้างได้ครับ.
การซ้อมพัตต์ไม่ให้พลาด (ส่วนใหญ่พัดเดียวครับ) แต่ไม่เคยเกินสองพัตต์
ต่อไปนี้คือแบบฝึกหัดสองแบบที่คุณสามารถใช้ฝึกซ้อมบนกรีนซ้อมไหนก็ได้ และคุณไม่ต้องใช้หลุมด้วย ใช้แต่ทีสองสามอันเท่านั้น
เส้น
ทางเดินของพัทเตอร์ คือการสวิงถอยหลังและเดินหน้าของมันนั้น
มีความสำคัญอย่างยิ่ง มันจะเดินจากนอกเข้าในหรือวนเป็นส่วนโค้งเล็กๆไม่ได้
การพัทท์ผ่าน “ประตู” จึงสามารถช่วยคุณลดความผิดพลาดของเส้นทางพัทท์นี้
ให้เหลือน้อยที่สุดได้
วิธีสร้าง “ประตู” พัทท์นั้น ให้คุณปักทีสองอันระหว่างส้นและปลายพัทเตอร์
เราต้องการสโตรคพัทท์ที่ผ่าน “ประตู” ไปโดยไม่โดนทีอันไหนเลย นอกจากอันเดียวที่อยู่ข้างหน้า “ประตู” ซึ่งคุณต้องพัทท์ลูกให้ไปโดน
แบบฝึกหัดพัทท์ผ่าน “ประตู” นี้จะช่วยฝึกให้คุณรักษาหน้าพัทเตอร์ให้สแควร์กับเส้นทางพัทท์ และยังช่วยคุณฝึกจรดลูกให้สแควร์อีกด้วย
ส่วนอีกแบบฝึกหัดก็จะเป็นการพัทท์ลูกไปหาทีอันหนึ่งที่ปักอยู่ข้างหน้า
การฝึกพัทท์ลูกไปหาทีเล็กๆที่ปักอยู่ข้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้รู้สึกว่าหลุมจริงใหญ่ขึ้นมากทีเดียว
ถ้า
คุณฝึกพัทท์ใส่ทีหลายๆครั้งก่อนการเล่น เวลาที่อยู่ภายใต้ความกดดัน
และเวลาที่เจอกับพัทท์สำคัญๆ
คุณอาจพัทท์ลงกลางหลุมได้บ่อยขึ้นอย่างน่าแปลกใจทีเดียว
Sunday, October 28, 2012
"ตีกอล์ฟพลาด" ลูกไม่ลงหลุม แต่พุ่งใส่แคดดี้เกือบตาย!?!
"ตีกอล์ฟพลาด" ลูกไม่ลงหลุม แต่พุ่งใส่แคดดี้เกือบตาย!?!
นักกอล์ฟเกาหลีใต้รายหนึ่งต้องจ่ายค่าตีลูกที่น่าขายหน้าพลาดไปใส่แคดดี้จนต้องหามเข้าโรงพยาบาล
ศาลสูงเกาหลีใต้ได้ตัดสินคดีนักกอล์ฟที่เปิดเผยชื่อเพียงว่า “จุง”
ต้องจ่ายค่าปรับ 2 ล้านวอน (41,000 บาท)
จากเหตุการณ์ที่เขาได้ตีกอล์ฟพลาดไปใส่แคดดี้จนได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สโมสรแห่งหนึ่งในจังหวัดกันซาน เมื่อกว่า 2
ปีที่แล้ว
ตาม
รายงานของสื่อมวลชนระบุว่า นักกอล์ฟจุงได้วาดวงสวิงในหลุมที่ 3
แต่แล้วเขากลับลื่นเท้าซ้ายพลาด ทำให้ลูกกอล์ฟที่เขาหวดเต็มแรงพุ่งไปผิดทาง
ลูกกอล์ฟควรพุ่งไปข้างหน้าแต่กลับพุ่งกลับหลังไปใส่แคดดี้ที่ยืนอยู่ด้าน
หลังห่างไป 8 เมตร เข้าที่ท้องอย่างจัง
แคดดี้ต้องเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 7 สัปดาห์
ศาล
สูงได้ตัดสินยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ระบุว่า
นักกอล์ฟจุงไม่ระมัดระวังในการป้องกันอุบัติเหตุอันจะเกิดกับผู้อื่นใน
ระหว่างการเล่นกีฬา
ศาล
ตัดสินว่า กีฬาอย่างชกมวยหรือยูโด
ก็น่าจะพอเข้าใจได้หากทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ
แต่ในกีฬากอล์ฟไม่น่าจะมีเหตุผลใดที่นักกอล์ฟจะทำให้แคดดี้ได้รับบาดเจ็บจาก
การเล่นของเขาคนนั้น
ที่มา : http://news.yahoo.com/s/nm/20081027/od_uk_nm/oukoe_uk_golf_korea;_ylt=AlNHm2LtYfUQq90a_t_2fqOs0NUE
ใครเล่นกอล์ฟ...เชิญครับ
นอร์แมน แอนเดอร์สัน
ด้วยความนับถือ
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
-ยอดทอง-
|
คุยเฟื่องเรื่อง...กอล์ฟ
กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันทั่วไป ในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่ากอล์ฟเป็นกีฬายอดฮิตติดอันดับต้นๆ ของกีฬาในเมืองไทยก็ว่าได้
เพราะ นิยมเล่นกันทั้งระดับผู้บริหาร ระดับชาติ ข้าราชการ พลเรือน ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชนทั่วไป แม้กระทั่งเด็กๆ หรือเยาวชนก็มีการฝึกการสอน มีการแข่งขันกัน นอกจากนั้นแล้วยังมีหลักสูตรการศึกษาในระดับปริญญา ในหลักวิชาที่ว่ากันด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับกีฬา สาเหตุที่กอล์ฟเป็นกีฬายอดนิยมเพราะว่า-กอล์ฟเป็นกีฬาที่สนุกสนาน
-กอล์ฟเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์
-กอล์ฟเป็นกีฬาที่ท้าทาย
-กอล์ฟเป็นกีฬาที่ให้สุขภาพและพลานามัย
กอล์ฟเป็นกีฬาที่สนุกสนานเพราะว่ากอล์ฟเป็นกีฬาประเภทเดียวที่เล่น 1 คนก็ได้ 2 คนก็ได้ 3-4-5-6 คนก็ได้ (นิยมเล่นไม่เกิน 6 คน อันที่จริงหากจะเล่นเกิน 6 ก็สามารถเล่นได้ แต่ไม่นิยม) นอกจากนั้นแล้วผู้เล่นแต่ละคนฝีมืออาจจะแตกต่างกันแค่ไหน เก่งหรือไม่เก่ง ก็สามารถเล่นร่วมก๊วนกันได้ โดยใช้แต้มต่อหรือพูดง่ายๆ ก็คือ คนเก่งต่อให้คนไม่เก่ง ดังนั้น ผู้เล่นมือใหม่ก็สามารถเล่นกับมือเก่าได้
ความสนุกสนานอีกประการ หนึ่งก็เกิดจากขณะที่เดินตีกอล์ฟจากช็อตหนึ่งไปอีกช็อตหนึ่ง หรือจากจุดเริ่มต้นไปยังหลุม ก็สามารถเดินพูดคุยกันด้วยเรื่องสนุกสนาน กระเซ้าเย้าแหย่หรือเล่าเรื่องสัพเพเหระ ประกอบการเดินไปด้วยก็ได้ โดยปกติแล้วการจัดก๊วนในการเล่นก็จะจัดคนที่รักใคร่ สนิทสนม หรือรู้ใจกัน พูดคุยกันรู้เรื่องอยู่ในก๊วนเดียวกัน
กอล์ฟเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์เพราะกีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่แข่งขันกับตัวเอง การตีกอล์ฟจะดีจะเสียก็อยู่ที่ตัวเองเป็นผู้กระทำโดยไม่มีคู่ต่อสู้มาทำให้เราเสียแต้มหรือพ่ายแพ้ ดัง นั้น เมื่อตีดี เราก็เกิดความภาคภูมิใจ และอยากจะทำให้ได้เช่นนั้นทุกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นแต่ละครั้งจะให้ได้สกอร์คงที่หรือเท่าเดิมทุกครั้ง กระทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลย (สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่) นอกจากนั้นแล้วส่วนประกอบของกีฬากอล์ฟ ตั้งแต่สนามกอล์ฟ เครื่องแต่งกายของนักกอล์ฟ อุปกรณ์การเล่น ก็เป็นเสน่ห์ของกีฬากอล์ฟอีกด้วย เพราะสนามกอล์ฟเป็นสนามหญ้ากว้างใหญ่ เขียวขจี มีต้นไม้นานาพรรณ ทั้งดอกไม้ในภูมิประเทศกว้างใหญ่ สวยงาม มีเนินสูงต่ำที่สร้างขึ้น บางแห่งเป็นภูเขา เป็นทะเล นับเป็นเสน่ห์ที่น่ารื่นรมย์
เครื่องแต่ง กายของนักกอล์ฟก็เป็นเสน่ห์อีกประการหนึ่งที่นักกอล์ฟสามารถสวมใส่เสื้อ กางเกง หลากหลายสีสัน จะเป็นแขนสั้น แขนยาว ขาสั้น หรือขายาว สีจะสดใส ฉูดฉาด อย่างไรได้ทั้งนั้น และนอกจากนั้น ในระหว่างการเล่นในสนามยังมีร่มกันแดดสีสันต่างๆ กัน ทำให้มีบรรยากาศที่สดใส สร้างความกระชุ่มกระชวยให้ผู้เล่นหรือผู้พบเห็นอีกด้วย
อุปกรณ์การเล่นกอล์ฟใน 1 ถุง จะมีไม้กอล์ฟถึง 14 อัน ใช้ในการตีในลักษณะที่แตกต่างกันไป โดยที่ผู้ออกแบบอุปกรณ์การเล่น ดีไซน์แบบของไม้กอล์ฟให้เหมาะกับภูมิประเทศ ระยะทาง และอุปสรรคต่างๆ ในสนามที่ผู้เล่นจะต้องประสบในหลายๆ รูปแบบ สิ่งเหล่านี้จึงนับว่าเป็นเสน่ห์ของกีฬากอล์ฟแทบทั้งสิ้น
กอล์ฟเป็นกีฬาที่ท้าทายดัง ที่กล่าวมาแล้วว่า กอล์ฟเป็นกีฬาที่แข่งขันกับตัวเอง จะตีดี ตีเสีย ก็อยู่ที่ตัวเองทั้งสิ้น นักกอล์ฟจึงต้องเป็นผู้ที่มีสมาธิ จิตใจแน่วแน่ ไม่วอกแวกกับสิ่งแวดล้อมใดๆ เพราะกีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่แปลกกว่ากีฬาอื่นๆ ตรงที่ว่าหากผู้ตีทำแต้มได้ต่ำ (ตีน้อยครั้ง) ถือว่าดี หรือเป็นผู้ชนะ ในขณะที่กีฬาประเภทอื่น ผู้ชนะจะต้องทำแต้มได้สูงหรือได้มาก ดังนั้น ผู้เล่นจึงต้องพยายามตีลูกกอล์ฟจากจุดเริ่มต้น (ที ออฟ) ไปให้ไกลตรงไปยังหลุม และก็ทำให้ลูกกอล์ฟลงหลุม โดยใช้การตีน้อยครั้งที่สุด
บาง วัน บางหลุม ตีได้ตรงไกล และสามารถทำสกอร์ได้ต่ำ แต่บางวัน บางหลุม หรือบางสนาม เกิดตรงกันข้าม จึงเกิดความอยากที่จะแก้ตัว หรือเอาชนะตัวเอง มีความสงสัยว่าทำไมบางครั้งถึงทำได้ และบางครั้งทำไมถึงทำไม่ได้ นี่แหละที่เป็นความท้าทาย
กอล์ฟเป็นกีฬาที่ให้สุขภาพและพลานามัยการ เล่นกอล์ฟแต่ละครั้ง กำหนดให้เล่น 2 รอบ รอบละ 9 หลุม รวมเป็น 18 หลุม ผู้เล่นจะต้องเดินประมาณ 56 กม. สนามกอล์ฟจะเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ ประมาณ 300-400 ไร่ แต่ละสนามแต่ละหลุมก็มีภูมิประเทศแตกต่างกันไป ผู้เล่นต้องเดิน (หรือนั่งรถกอล์ฟ) ผ่านสนามที่มีอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางต้นไม้ ต้นหญ้าที่เขียวขจีให้โอโซน และให้บรรยากาศที่ปลอดโปร่ง โล่งใจ สบายใจ สบายตา และจะต้องเล่นต่อเนื่องเป็นเวลา 45 ชั่วโมง ผู้เล่นก็จะพบแต่สิ่งสวยงาม เจริญหูเจริญตาในสนามกอล์ฟ ผ่อนคลายจากความตึงเครียด จากการงาน หรือสิ่งที่จิตใจหมกมุ่น มาพบแต่สิ่งสบายอกสบายใจ จึงนับว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ ช่วยให้มีพลานามัยดีอีกด้วย
นอก จากนั้นแล้ว ผลสำเร็จหลายๆ อย่าง เช่น การแก้ปัญหาที่ยุ่งยากในการงาน การตกลงต่างๆ ในธุรกิจ ก็ใช้สนามกอล์ฟเป็นสถานที่ในการพูดคุยหรือตกลงกัน
บาง คนไม่เข้าใจในเรื่องกีฬากอล์ฟ ไม่รู้จักวิธีการเล่น หรือไม่รู้ว่าการตีกอล์ฟเขาตีกันอย่างไร ดังเช่น อาม่าคนหนึ่งแกมีหลานชายสุดที่รัก ซึ่งเป็นหลานชายคนเดียวที่เกิดจากลูกชายคนเดียวของแก แกจึงรักและหวงแหน ดูแลหลานรักคนนี้อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ
อาตี๋น้อยผู้เป็นหลานชาย อายุประมาณ 11-12 ขวบ
วันหนึ่งตี๋น้อยกลับจากเล่นกีฬา ที่มือข้างซ้ายถูกพันด้วยผ้าพันแผล อาม่าเห็นเข้าก็ตกใจ
อาม่า : อาตี๋น้อย มือลื้อไปโดงอารายมา เจ็บมากมั้ย?
ตี๋น้อย : อั๊วไปตีกอล์ฟมา
อาม่า : ไอ๋หยา ! ไปตีก๊อป ลื้อไปตีมังทำมาย ทีหลังอย่าไปตีเอง เรามีเงิงเยอะแยะ ไปจ้างเขาตีก็ล่าย
ที่มา http://www.posttoday.com/
Saturday, October 27, 2012
ปัญหาของผู้หญิงกับกีฬากอล์ฟ
ปัจจุบันมีผู้หญิงมาเล่นกอล์ฟมากขึ้น มีตั้งแต่อายุน้อย ๆ
จนกระทั่งสูงอายุ การบาดเจ็บของนักกอล์ฟผู้หญิงที่พบบ่อยคือเรื่องปวด
หลัง เจ็บข้อศอก ข้อมือซึ่งไม่ค่อยแตกต่างจากผู้ชายมากนัก แต่ปัญหาสำคัญ
ที่แตกต่างจากผู้ชายชัดเจน คือ
การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ และภาวะหลังหมดประจำเดือนแล้ว (Menopause)
ในวัยเด็ก ก่อนที่จะได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศมีความแตกต่างน้อย ระหว่างเด็กผู้หญิง กับเด็กผู้ชาย หลังจากเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาวแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลง แตก ต่างชัดเจนใน 4 เรื่อง คือ
1. โครงสร้างของกระดูก
2. ส่วนประกอบของร่างกาย
3. การเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา
4. ผลของการฝึก
โครงสร้างของกระดูก
การเจริญเติบโตของกระดูกคล้ายกันจนกระทั่งอายุ 9 – 10 ปี เด็กหญิงจะเริ่มโตเร็วกว่าเด็กชาย ช่วงที่สูงเร็วเมื่ออายุ ประมาณ 11 ปี เด็กผู้ชายจะโตช้ากว่าประมาณ 2 ปี และจะโตเร็วเมื่อ เริ่มอายุ 13 ปี เด็กผู้หญิงหลังจากมีประจำเดือน (เฉลี่ยอายุ 12 – 14 ปี) จะโตช้าลง ซึ่งจะสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 5 ซม. และจะสูงสุดเมื่อ อายุ 16 – 17 ปี
เด็กผู้ชายมักจะโตเร็วระหว่างอายุ 12 – 15 ปี จะยังมีโอกาสสูงเพิ่มขึ้นจนถึงอายุ 20 – 21 ปี เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ผู้ชายจะมีน้ำหนักมากกว่า ผู้หญิงประมาณ 11 กิโลกรัม เนื่องจากกระดูกและกล้ามเนื้อที่มีปริมาณ มากกว่า
ผู้ชายจะมีไหล่กว้างและสะโพกแคบ ผู้หญิงจะมีสะโพกกว้างกว่าไหล่ และสูง น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายในผู้หญิงอยู่ต่ำกว่าของ ผู้ชาย ช่วยให้มีการทรงตัวดีขึ้น แต่ผู้หญิงจะมีความสูงน้อยกว่าโดยเฉพาะ ช่วงแขนท่อนบนสั้นกว่า ทำให้รัศมีของวงสวิงสั้นและปริมาณกล้ามเนื้อน้อย กว่า ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถตีกอล์ฟได้ไกลเท่าผู้ชาย
ส่วนประกอบของร่างกาย
ผู้หญิงมีส่วนประกอบของไขมันในร่างกาย 26 % เปรียบเทียบกับผู้ชายซึ่งมีไขมัน 14 % ผู้ชายมีปริมาณกล้ามเนื้อมากกว่า เนื่องจากมีฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) ผู้หญิงได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ทำให้มีอัตราส่วนของไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น และสะสมตามสะโพก และต้นขา
การเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาชัดเจน ในระบบไหลเวียนเลือด ผู้หญิงมี หัวใจขนาดเล็กกว่า ทำให้การสูบฉีดเลือดแต่ละครั้งได้ปริมาณเลือดไปเลี้ยง กล้ามเนื้อน้อยกว่า ทำให้มีการทดแทนโดยหัวใจบีบตัวเร็วขึ้น โดยเฉลี่ย ผู้หญิงมีอัตราการเต้นของหัวใจ 80 ครั้งต่อนาที ของผู้ชาย 72 ครั้งต่อ นาที
ผู้หญิงมีทรวงอกขนาดเล็กกว่าผู้ชาย ทำให้การหายใจเข้า – ออก แต่ละครั้งมีปริมาณอากาศน้อยกว่าผู้ชาย และปริมาณเม็ดเลือดแดงของผู้หญิง น้อยกว่าผู้ชาย (ในผู้ชายมีเม็ดเลือดแดง 50.4 ล้านเซลล์/ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร, ผู้หญิงมี 40.8 ล้านเซลล์) เนื่องจากฮอร์โมนเพศ ชายกระตุ้นการสร้าง Erythropoietin (EPO) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และขับเอาคาร์บอนไดออกไซด์ ออก โดยการแลกเปลี่ยนที่ถุงลมในปอด ดังนั้น ความสามารถการนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อของผู้หญิงทำได้น้อย กว่าผู้ชาย ความทนทานของกล้ามเนื้อจึงน้อยกว่า
ในอดีตเคยมีการทำ Blood doping ในนักกีฬา เพื่อให้มีปริมาณเม็ดเลือดแดงสูงขึ้น กล้าม เนื้อทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากมีเม็ดเลือดแดงนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ เพิ่มมากขึ้น โดยการเจาะเลือดออกมาเก็บไว้ประมาณ 1 เดือน รอให้ร่างกาย สร้างเม็ดเลือดเพิ่มขึ้น 2 – 3 วัน ก่อนการแข่งขัน ให้เลือดกลับเข้าไปทำให้มีประมาณเม็ดเลือดแดงเพิ่ม ขึ้น หลังจากมีการใช้ Epotin alfa เป็นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีโลหิตจาง (ปริมาณเม็ดเลือดแดง น้อยกว่าปกติ) มีผู้นำมาฉีดให้กับนักกีฬา เพื่อสร้างปริมาณเม็ดเลือดเพิ่ม ขึ้น
แต่การมีปริมาณเม็ดเลือดที่เพิ่มมากขึ้นก็อันตราย เนื่องจากไปเพิ่มการทำ งานของหัวใจและทำให้เลือดมีความหนืด (Viscosity) เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และมีอัตราเสี่ยงต่อหลอดเลือดแตกใน สมอง ในปี 1980 มีนักแข่งจักรยาน 15 คน เสียชีวิตจากโรคหัวใจและสมอง เชื่อว่าเกิดจากการใช้ Epotin alfa คณะกรรมการโอลิมปิคได้สั่งห้ามการใช้ Epotin alfa ถือว่าเป็นการโด๊ปประเภทหนึ่งแต่การตรวจจับทำได้ยาก เพราะยา สังเคราะห์เป็นตัวเดียวกับสารที่เกิดขึ้นในร่างกาย
ผลการฝึกซ้อม
ผู้หญิงมีความแข็งแรงเฉลี่ย 2/3 เท่าของผู้ชาย เนื่องจากปริมาณของกล้ามเนื้อมีขนาดเล็กกว่า
ผู้หญิงที่สร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้นมาเท่ากับผู้ชาย ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อจะใกล้เคียงกัน แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีกล้ามเนื้อไม่ใหญ่
เท่ากับผู้ชายในการออกกำลังกายแบบเดียวกัน (เนื่องจากผู้ชายมีฮอร์โมน Testosterone)
ผู้หญิงสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและมีความทนทานได้ โดยที่ไม่มีอัตราเสี่ยงต่ออันตรายแตกต่างจากผู้ชาย
โดยสรุป เนื่องจากอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ ทำให้โครงสร้างของร่างกาย การทำงานของระบบไหลเวียน การหายใจและกล้ามเนื้อของผู้หญิง
ไม่สามารถสร้างให้มาแข็งแรงเหมือนผู้ชายได้ การเล่นกีฬาจึงต้องมีแยก ประเภทหญิงและชาย รวมทั้งกอล์ฟด้วยซึ่งมีระยะที่แตกต่างกันระหว่างผู้หญิง กับผู้ชาย
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล :
http://www.hi5golf.com/webboard/views/93/create
ในวัยเด็ก ก่อนที่จะได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศมีความแตกต่างน้อย ระหว่างเด็กผู้หญิง กับเด็กผู้ชาย หลังจากเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาวแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลง แตก ต่างชัดเจนใน 4 เรื่อง คือ
1. โครงสร้างของกระดูก
2. ส่วนประกอบของร่างกาย
3. การเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา
4. ผลของการฝึก
โครงสร้างของกระดูก
การเจริญเติบโตของกระดูกคล้ายกันจนกระทั่งอายุ 9 – 10 ปี เด็กหญิงจะเริ่มโตเร็วกว่าเด็กชาย ช่วงที่สูงเร็วเมื่ออายุ ประมาณ 11 ปี เด็กผู้ชายจะโตช้ากว่าประมาณ 2 ปี และจะโตเร็วเมื่อ เริ่มอายุ 13 ปี เด็กผู้หญิงหลังจากมีประจำเดือน (เฉลี่ยอายุ 12 – 14 ปี) จะโตช้าลง ซึ่งจะสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 5 ซม. และจะสูงสุดเมื่อ อายุ 16 – 17 ปี
เด็กผู้ชายมักจะโตเร็วระหว่างอายุ 12 – 15 ปี จะยังมีโอกาสสูงเพิ่มขึ้นจนถึงอายุ 20 – 21 ปี เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ผู้ชายจะมีน้ำหนักมากกว่า ผู้หญิงประมาณ 11 กิโลกรัม เนื่องจากกระดูกและกล้ามเนื้อที่มีปริมาณ มากกว่า
ผู้ชายจะมีไหล่กว้างและสะโพกแคบ ผู้หญิงจะมีสะโพกกว้างกว่าไหล่ และสูง น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายในผู้หญิงอยู่ต่ำกว่าของ ผู้ชาย ช่วยให้มีการทรงตัวดีขึ้น แต่ผู้หญิงจะมีความสูงน้อยกว่าโดยเฉพาะ ช่วงแขนท่อนบนสั้นกว่า ทำให้รัศมีของวงสวิงสั้นและปริมาณกล้ามเนื้อน้อย กว่า ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถตีกอล์ฟได้ไกลเท่าผู้ชาย
ส่วนประกอบของร่างกาย
ผู้หญิงมีส่วนประกอบของไขมันในร่างกาย 26 % เปรียบเทียบกับผู้ชายซึ่งมีไขมัน 14 % ผู้ชายมีปริมาณกล้ามเนื้อมากกว่า เนื่องจากมีฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) ผู้หญิงได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ทำให้มีอัตราส่วนของไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น และสะสมตามสะโพก และต้นขา
การเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาชัดเจน ในระบบไหลเวียนเลือด ผู้หญิงมี หัวใจขนาดเล็กกว่า ทำให้การสูบฉีดเลือดแต่ละครั้งได้ปริมาณเลือดไปเลี้ยง กล้ามเนื้อน้อยกว่า ทำให้มีการทดแทนโดยหัวใจบีบตัวเร็วขึ้น โดยเฉลี่ย ผู้หญิงมีอัตราการเต้นของหัวใจ 80 ครั้งต่อนาที ของผู้ชาย 72 ครั้งต่อ นาที
ผู้หญิงมีทรวงอกขนาดเล็กกว่าผู้ชาย ทำให้การหายใจเข้า – ออก แต่ละครั้งมีปริมาณอากาศน้อยกว่าผู้ชาย และปริมาณเม็ดเลือดแดงของผู้หญิง น้อยกว่าผู้ชาย (ในผู้ชายมีเม็ดเลือดแดง 50.4 ล้านเซลล์/ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร, ผู้หญิงมี 40.8 ล้านเซลล์) เนื่องจากฮอร์โมนเพศ ชายกระตุ้นการสร้าง Erythropoietin (EPO) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และขับเอาคาร์บอนไดออกไซด์ ออก โดยการแลกเปลี่ยนที่ถุงลมในปอด ดังนั้น ความสามารถการนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อของผู้หญิงทำได้น้อย กว่าผู้ชาย ความทนทานของกล้ามเนื้อจึงน้อยกว่า
ในอดีตเคยมีการทำ Blood doping ในนักกีฬา เพื่อให้มีปริมาณเม็ดเลือดแดงสูงขึ้น กล้าม เนื้อทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากมีเม็ดเลือดแดงนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ เพิ่มมากขึ้น โดยการเจาะเลือดออกมาเก็บไว้ประมาณ 1 เดือน รอให้ร่างกาย สร้างเม็ดเลือดเพิ่มขึ้น 2 – 3 วัน ก่อนการแข่งขัน ให้เลือดกลับเข้าไปทำให้มีประมาณเม็ดเลือดแดงเพิ่ม ขึ้น หลังจากมีการใช้ Epotin alfa เป็นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีโลหิตจาง (ปริมาณเม็ดเลือดแดง น้อยกว่าปกติ) มีผู้นำมาฉีดให้กับนักกีฬา เพื่อสร้างปริมาณเม็ดเลือดเพิ่ม ขึ้น
แต่การมีปริมาณเม็ดเลือดที่เพิ่มมากขึ้นก็อันตราย เนื่องจากไปเพิ่มการทำ งานของหัวใจและทำให้เลือดมีความหนืด (Viscosity) เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และมีอัตราเสี่ยงต่อหลอดเลือดแตกใน สมอง ในปี 1980 มีนักแข่งจักรยาน 15 คน เสียชีวิตจากโรคหัวใจและสมอง เชื่อว่าเกิดจากการใช้ Epotin alfa คณะกรรมการโอลิมปิคได้สั่งห้ามการใช้ Epotin alfa ถือว่าเป็นการโด๊ปประเภทหนึ่งแต่การตรวจจับทำได้ยาก เพราะยา สังเคราะห์เป็นตัวเดียวกับสารที่เกิดขึ้นในร่างกาย
ผลการฝึกซ้อม
ผู้หญิงมีความแข็งแรงเฉลี่ย 2/3 เท่าของผู้ชาย เนื่องจากปริมาณของกล้ามเนื้อมีขนาดเล็กกว่า
ผู้หญิงที่สร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้นมาเท่ากับผู้ชาย ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อจะใกล้เคียงกัน แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีกล้ามเนื้อไม่ใหญ่
เท่ากับผู้ชายในการออกกำลังกายแบบเดียวกัน (เนื่องจากผู้ชายมีฮอร์โมน Testosterone)
ผู้หญิงสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและมีความทนทานได้ โดยที่ไม่มีอัตราเสี่ยงต่ออันตรายแตกต่างจากผู้ชาย
โดยสรุป เนื่องจากอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ ทำให้โครงสร้างของร่างกาย การทำงานของระบบไหลเวียน การหายใจและกล้ามเนื้อของผู้หญิง
ไม่สามารถสร้างให้มาแข็งแรงเหมือนผู้ชายได้ การเล่นกีฬาจึงต้องมีแยก ประเภทหญิงและชาย รวมทั้งกอล์ฟด้วยซึ่งมีระยะที่แตกต่างกันระหว่างผู้หญิง กับผู้ชาย
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล :
http://www.hi5golf.com/webboard/views/93/create
Subscribe to:
Comments (Atom)