ในวัยเด็ก ก่อนที่จะได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศมีความแตกต่างน้อย ระหว่างเด็กผู้หญิง กับเด็กผู้ชาย หลังจากเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาวแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลง แตก ต่างชัดเจนใน 4 เรื่อง คือ
1. โครงสร้างของกระดูก
2. ส่วนประกอบของร่างกาย
3. การเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา
4. ผลของการฝึก
โครงสร้างของกระดูก
การเจริญเติบโตของกระดูกคล้ายกันจนกระทั่งอายุ 9 – 10 ปี เด็กหญิงจะเริ่มโตเร็วกว่าเด็กชาย ช่วงที่สูงเร็วเมื่ออายุ ประมาณ 11 ปี เด็กผู้ชายจะโตช้ากว่าประมาณ 2 ปี และจะโตเร็วเมื่อ เริ่มอายุ 13 ปี เด็กผู้หญิงหลังจากมีประจำเดือน (เฉลี่ยอายุ 12 – 14 ปี) จะโตช้าลง ซึ่งจะสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 5 ซม. และจะสูงสุดเมื่อ อายุ 16 – 17 ปี
เด็กผู้ชายมักจะโตเร็วระหว่างอายุ 12 – 15 ปี จะยังมีโอกาสสูงเพิ่มขึ้นจนถึงอายุ 20 – 21 ปี เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ผู้ชายจะมีน้ำหนักมากกว่า ผู้หญิงประมาณ 11 กิโลกรัม เนื่องจากกระดูกและกล้ามเนื้อที่มีปริมาณ มากกว่า
ผู้ชายจะมีไหล่กว้างและสะโพกแคบ ผู้หญิงจะมีสะโพกกว้างกว่าไหล่ และสูง น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายในผู้หญิงอยู่ต่ำกว่าของ ผู้ชาย ช่วยให้มีการทรงตัวดีขึ้น แต่ผู้หญิงจะมีความสูงน้อยกว่าโดยเฉพาะ ช่วงแขนท่อนบนสั้นกว่า ทำให้รัศมีของวงสวิงสั้นและปริมาณกล้ามเนื้อน้อย กว่า ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถตีกอล์ฟได้ไกลเท่าผู้ชาย
ส่วนประกอบของร่างกาย
ผู้หญิงมีส่วนประกอบของไขมันในร่างกาย 26 % เปรียบเทียบกับผู้ชายซึ่งมีไขมัน 14 % ผู้ชายมีปริมาณกล้ามเนื้อมากกว่า เนื่องจากมีฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) ผู้หญิงได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ทำให้มีอัตราส่วนของไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น และสะสมตามสะโพก และต้นขา
การเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาชัดเจน ในระบบไหลเวียนเลือด ผู้หญิงมี หัวใจขนาดเล็กกว่า ทำให้การสูบฉีดเลือดแต่ละครั้งได้ปริมาณเลือดไปเลี้ยง กล้ามเนื้อน้อยกว่า ทำให้มีการทดแทนโดยหัวใจบีบตัวเร็วขึ้น โดยเฉลี่ย ผู้หญิงมีอัตราการเต้นของหัวใจ 80 ครั้งต่อนาที ของผู้ชาย 72 ครั้งต่อ นาที
ผู้หญิงมีทรวงอกขนาดเล็กกว่าผู้ชาย ทำให้การหายใจเข้า – ออก แต่ละครั้งมีปริมาณอากาศน้อยกว่าผู้ชาย และปริมาณเม็ดเลือดแดงของผู้หญิง น้อยกว่าผู้ชาย (ในผู้ชายมีเม็ดเลือดแดง 50.4 ล้านเซลล์/ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร, ผู้หญิงมี 40.8 ล้านเซลล์) เนื่องจากฮอร์โมนเพศ ชายกระตุ้นการสร้าง Erythropoietin (EPO) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และขับเอาคาร์บอนไดออกไซด์ ออก โดยการแลกเปลี่ยนที่ถุงลมในปอด ดังนั้น ความสามารถการนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อของผู้หญิงทำได้น้อย กว่าผู้ชาย ความทนทานของกล้ามเนื้อจึงน้อยกว่า
ในอดีตเคยมีการทำ Blood doping ในนักกีฬา เพื่อให้มีปริมาณเม็ดเลือดแดงสูงขึ้น กล้าม เนื้อทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากมีเม็ดเลือดแดงนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ เพิ่มมากขึ้น โดยการเจาะเลือดออกมาเก็บไว้ประมาณ 1 เดือน รอให้ร่างกาย สร้างเม็ดเลือดเพิ่มขึ้น 2 – 3 วัน ก่อนการแข่งขัน ให้เลือดกลับเข้าไปทำให้มีประมาณเม็ดเลือดแดงเพิ่ม ขึ้น หลังจากมีการใช้ Epotin alfa เป็นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีโลหิตจาง (ปริมาณเม็ดเลือดแดง น้อยกว่าปกติ) มีผู้นำมาฉีดให้กับนักกีฬา เพื่อสร้างปริมาณเม็ดเลือดเพิ่ม ขึ้น
แต่การมีปริมาณเม็ดเลือดที่เพิ่มมากขึ้นก็อันตราย เนื่องจากไปเพิ่มการทำ งานของหัวใจและทำให้เลือดมีความหนืด (Viscosity) เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และมีอัตราเสี่ยงต่อหลอดเลือดแตกใน สมอง ในปี 1980 มีนักแข่งจักรยาน 15 คน เสียชีวิตจากโรคหัวใจและสมอง เชื่อว่าเกิดจากการใช้ Epotin alfa คณะกรรมการโอลิมปิคได้สั่งห้ามการใช้ Epotin alfa ถือว่าเป็นการโด๊ปประเภทหนึ่งแต่การตรวจจับทำได้ยาก เพราะยา สังเคราะห์เป็นตัวเดียวกับสารที่เกิดขึ้นในร่างกาย
ผลการฝึกซ้อม
ผู้หญิงมีความแข็งแรงเฉลี่ย 2/3 เท่าของผู้ชาย เนื่องจากปริมาณของกล้ามเนื้อมีขนาดเล็กกว่า
ผู้หญิงที่สร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้นมาเท่ากับผู้ชาย ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อจะใกล้เคียงกัน แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีกล้ามเนื้อไม่ใหญ่
เท่ากับผู้ชายในการออกกำลังกายแบบเดียวกัน (เนื่องจากผู้ชายมีฮอร์โมน Testosterone)
ผู้หญิงสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและมีความทนทานได้ โดยที่ไม่มีอัตราเสี่ยงต่ออันตรายแตกต่างจากผู้ชาย
โดยสรุป เนื่องจากอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ ทำให้โครงสร้างของร่างกาย การทำงานของระบบไหลเวียน การหายใจและกล้ามเนื้อของผู้หญิง
ไม่สามารถสร้างให้มาแข็งแรงเหมือนผู้ชายได้ การเล่นกีฬาจึงต้องมีแยก ประเภทหญิงและชาย รวมทั้งกอล์ฟด้วยซึ่งมีระยะที่แตกต่างกันระหว่างผู้หญิง กับผู้ชาย
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล :
http://www.hi5golf.com/webboard/views/93/create
0 comments:
Post a Comment